วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 02:56 น.

การเมือง

“อนุทิน” เยือนจีนดึงลงทุน AI-Data Center เดินหน้าความร่วมมือความมั่นคง-ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ วางเป้าปิดดีล FTA ไทย-EU สิ้นปีนี้ ย้ำคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่กระทบเป้าหมายเข้า OECD

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.13 น.

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (World AI Conference 2026) พร้อมหารือความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี และความมั่นคงระหว่างสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ภารกิจครั้งนี้มีกำหนดเดินทางเยือน 3 เมืองสำคัญ ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และปักกิ่ง โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค

สำหรับการเยือนนครเซี่ยงไฮ้ จะกล่าวสุนทรพจน์ในเวที World AI Conference 2026 พร้อมพบผู้บริหารและผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและ AI ชั้นนำของจีน เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งในด้านการผลิต การตั้งฐานประกอบ และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center)

จากนั้น ในช่วงบ่ายของวันที่ 17 กรกฎาคม มีกำหนดเข้าพบหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสานต่อความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน รวมถึงการยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการกระทำผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ คณะจะเดินทางไปเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แห่งใหม่ ณ เมืองเฉิงตู เพื่อขยายโอกาสการดึงดูดการลงทุนจากจีนเข้าสู่ประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง เพื่อหารือทวิภาคีกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จีนเป็นมิตรประเทศที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยมาโดยตลอด การหารือครั้งนี้จะครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันแสวงหาแนวทางความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการสั่งการหน่วยงานภายในประเทศระหว่างการเดินทาง นายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารมีความก้าวหน้า ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถติดตามสถานการณ์ สั่งการ และบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องกำชับเป็นพิเศษ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการทำงานด้านการสื่อสารของทีมโฆษกรัฐบาลและกระทรวงต่าง ๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมย้ำให้ทำงานเป็นทีม และสื่อสารกับประชาชนบนพื้นฐานของผลงานที่เป็นรูปธรรม ข้อเท็จจริง และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนเป็นสำคัญ 

วางเป้าปิดดีล FTA ไทย-EU สิ้นปีนี้ ย้ำคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่กระทบเป้าหมายเข้า OECD

นายอนุทิน  ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ภายหลังคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน (EU-ASEAN Business Council: EU-ABC) และสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (European Association for Business and Commerce: EABC) นำผู้แทนภาคธุรกิจยุโรปเข้าพบว่า ภาคเอกชนของสหภาพยุโรปยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเจรจา FTA ไทย-EU ขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยรัฐบาลตั้งเป้าปิดการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 แม้ในช่วงท้ายอาจมีความล่าช้าบ้าง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต้องหาข้อยุติในประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบและภาคการเกษตรของไทย แต่รัฐบาลจะยึดหลักการรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายอย่างสมดุล หากการเจรจาประสบความสำเร็จ จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า เปิดตลาดใหม่ และเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับความคืบหน้าการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ในการหารือกับผู้นำหลายประเทศ ทั้งในเอเชียและยุโรป ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนประเทศไทยให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านธรรมาภิบาลและการพิจารณาเข้าเป็นสมาชิก OECD หรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า เป็นคนละประเด็นกัน พร้อมระบุว่า ไม่มีประเทศใดสามารถป้องกันการทุจริตได้ 100% สิ่งสำคัญคือเมื่อเกิดปัญหาแล้ว รัฐต้องมีระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ สามารถสืบสวน ติดตาม จับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการความร่วมมือเร่งขยายผลและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและไม่มีข้อยกเว้น

ส่วนความคืบหน้าการพิจารณารับประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD นั้น นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลได้จัดเตรียมข้อมูลและดำเนินการตามกระบวนการทุกด้านอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าผลักดันให้บรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลาที่วางไว้ 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง