วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 03:50 น.

การเมือง

"ยศชนัน" นำ 17 บิ๊กหน่วยงานรัฐ เปิดวงมอบนโยบาย ป.ย.ป. ทลายไซโลลุยปฏิบัติจริง 3 โจทย์ชาติ ปี 69 เดินหน้า "เศรษฐกิจอวกาศ" สร้างดวงตาบนฟ้าของคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

"ยศชนัน" นำ 17 บิ๊กหน่วยงานรัฐ เปิดวงมอบนโยบาย ป.ย.ป. ทลายไซโลลุยปฏิบัติจริง 3 โจทย์ชาติ ปี 69 เดินหน้า "เศรษฐกิจอวกาศ" สร้างดวงตาบนฟ้าของคนไทย ลดพึ่งพาต่างชาติ พร้อมดันโปรเจกต์ "Siam Silica" ดันไทยผงาดเวที AI-เซมิคอนดักเตอร์ ชูวิสัยทัศน์ใช้ Genomics พลิกความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเงินสกุลใหม่ 

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569  โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ปทุมวัน สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ได้จัดการปฐมนิเทศและมอบนโยบายหลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง : ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (หลักสูตร ป.ย.ป.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน ป.ย.ป. เป็นประธานในการมอบนโยบาย

การปฐมนิเทศในครั้งนี้จัดขึ้นท่ามกลางบริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทุกมิติ หลักสูตร ป.ย.ป. ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 6 จึงถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญของรัฐบาล ผ่านกระบวนการ Policy Innovation Lab และ Design Thinking เพื่อสร้างต้นแบบนโยบาย (Policy Prototype) โดยมุ่งเปลี่ยนกรอบความคิดของผู้บริหารระดับสูงจาก “การบริหารหน่วยงาน” ไปสู่ “การบริหารประเทศร่วมกัน” ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ประชาชนไม่ได้แยกชีวิตตามกระทรวง ฉะนั้น ภาครัฐก็ไม่ควรแก้ปัญหาแยกตามกระทรวงเช่นกัน” โดยในปีนี้มุ่งเน้น 3 โจทย์บูรณาการหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่ออนาคต 2.การใช้วิทยาศาสตร์และ AI อย่างมีธรรมาภิบาล และ 3.การฟื้นฟูทุนธรรมชาติเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวมอบนโยบายโดยย้ำถึงทิศทางใหม่ของการพัฒนาประเทศว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยในยุคปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้าง "เศรษฐกิจอวกาศ" (Space Economy) และอาศัยข้อมูลที่เป็นของตนเองเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ โดยเฉพาะความสำคัญของการมี "ดวงตาเป็นของตัวเองบนฟ้า" หรือเทคโนโลยีดาวเทียม ซึ่งประเด็นนี้มักมีคำถามคลาสสิกและข้อวิจารณ์จากสังคมเสมอว่า "คนยังจนอยู่เลย จะไปอวกาศอีกแล้ว?"

ศ.ดร.ยศชนัน ได้ชี้แจงประเด็นนี้ว่า "เรื่องนี้คือเรื่องของข้อมูลที่อยู่บนฟ้า ถ้าท่านไม่มีกล้องอยู่บนฟ้าแล้วยิงลงมา ท่านจะเห็นภาพรวมได้อย่างไร อยู่ดีๆ ท่านต้องไปขอข้อมูลจากต่างประเทศ แล้วท่านอยากให้เขารู้ข้อมูลของท่านหรือไม่ว่าท่านขออะไรไปทำไม?" 

พร้อมย้ำอีกว่า "การมีดวงตาเป็นของตัวเองบนฟ้า ความจริงมันสำคัญมาก มันไม่ใช่แค่การสร้างกระสวยอวกาศแล้วบินเที่ยวเฉยๆ แต่เราสามารถนำมาใช้ทำงานวิจัย เป็นฐานปล่อยดาวเทียม และสามารถนำห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ (Automobile Supply Chain) เข้ามาช่วยในการทำเรื่องนี้ได้" ซึ่งข้อมูลจากอวกาศเหล่านี้จะถูกนำมาบูรณาการร่วมกับ Data, AI และการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) เพื่อสร้างความได้เปรียบและอำนาจอธิปไตยทางข้อมูลให้กับประเทศ โดยเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้เลยหากปราศจากรากฐานความมั่นคงที่ดี ทั้งในด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคงทางไซเบอร์ การเมืองที่มีเสถียรภาพ และการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

อีกประเด็นคือการนำจุดแข็งของประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะเรื่องการรักษาและต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นจุดเด่นเพียงไม่กี่อย่างของประเทศไทย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จในการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มีการนำเทคโนโลยี eDNA มาใช้เพื่อตรวจวัดและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในท้องทะเลไทย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดเชิงลึกสู่การวิเคราะห์พันธุกรรม (Genomics) ของดิน น้ำ และพืช นำไปสู่ความก้าวหน้าด้านการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) โดยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายว่า "เราจะทำยังไงให้เปลี่ยนธรรมชาติเป็นเงินสกุลใหม่" ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.ยศชนัน ชี้ให้เห็นว่า การจะก้าวไปสู่จุดนั้นและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้าน Genomics จำนวนมหาศาลได้ ประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center รวมถึงหัวใจสำคัญอย่าง "เซมิคอนดักเตอร์" (Semiconductor) ทั้งนี้ ได้เปิดเผยถึงการผลักดันโปรเจกต์ระดับชาติ "Siam Silica" ซึ่งเป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่มุ่งประกาศให้โลกรู้ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยี แต่เรามีศักยภาพทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงมีกำลังคนคุณภาพที่เพียงพอต่อการรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศตกเป็นเป้าของการผูกขาดทางเทคโนโลยีจากต่างชาติ โดยมีหลักคิดสำคัญว่า หากเทคโนโลยีใดที่เราไม่สามารถผลิตเองได้ทั้งหมด 100% ประเทศไทยก็ต้องพยายามเข้าไปเป็นหุ้นส่วน หรือหาวิธีควบคุมในชิ้นส่วนที่มีความยากและสำคัญที่สุดให้จงได้

ในมิติของการพัฒนาศักยภาพผู้นำ ศ.ดร.ยศชนัน ได้สะท้อนมุมมองว่า ผู้บริหารระดับสูงในยุคนี้ต้องปรับบทบาทจากผู้สั่งการ (Dictator) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และต้องกล้าที่จะเป็นผู้นำในการกำหนดอนาคต (Shape the future) เพื่อสร้างความหวังและแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรในองค์กร โดยกล่าวเน้นย้ำว่า "ผู้นำในยุค AI ไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง แต่เป็นคนที่สามารถเรียกใช้คนที่เก่งกว่ามาร่วมงานได้" พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐทลายกำแพงการทำงานแบบไซโล (Silo) สร้างพื้นที่ส่วนกลาง (Shared Space) หรือ "Open Society" เพื่อดึงดูดให้นักคิด นักวิจัย และนักปฏิบัติจากหลากหลายศาสตร์ ได้มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ สำหรับการผลักดันนวัตกรรมสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Innovation-driven Economic Growth) ศ.ดร.ยศชนัน เสนอว่าภาครัฐต้องยกระดับการสนับสนุน จากเดิมที่โฟกัสเพียงกลุ่ม SME ไปสู่การผลักดันกลุ่ม Startup และ Scale-up ที่มีศักยภาพสูงให้กลายเป็นฟันเฟืองใหม่ขับเคลื่อน New Growth Engine อาทิ ในอุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) เทคโนโลยีการเงิน (Fintech) และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจำเป็นต้องรื้อกลไกทางการเงินใหม่ ก้าวข้ามระบบธนาคารแบบดั้งเดิมที่มักหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ไปสู่การส่งเสริมและดึงดูดเม็ดเงินจากกลุ่มทุนเสี่ยง (VC) และ Angel Investors ท้ายสุดยังได้ฝากข้อคิดที่สำคัญถึงเรื่องการสนับสนุนงานวิจัย (R&D) ว่าต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพราะหากการสนับสนุนขาดช่วง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักวิจัย ทำให้ เกิดอาการจิตตก เครียด และไม่อยากทำงานต่อ ซึ่งจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ

สำหรับการดำเนินการขับเคลื่อนในครั้งนี้ ถือเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของภาครัฐ โดยมีหน่วยงานระดับปลัดกระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการระดับเทียบเท่า (ป.ย.ป. 1) ที่เข้าร่วมบูรณาการในหลักสูตร รวมทั้งสิ้น 17 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรุงเทพมหานคร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง