การเมือง
"มนพร" โต้กล้าธรรม "อรรถกร" สวนกลับ ปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเกษตรฯ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
"มนพร" โต้กล้าธรรม อย่าใช้วิธีทำงานของตัวเองตัดสินคนอื่น ปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเกษตรฯ "อรรถกร" สวนกลับ อย่าเอามาตรฐาน "สุริยะ" มาเหมารวมคนอื่น ซัด บริหารสุดล้มเหลว รมต.มัวถ่ายรูปจนลืมความทุกข์เกษตรกร จี้ เร่งจ่ายเยียวยานาปี ย้ำ "ธรรมนัส" ห่วง ขรก.น้ำดีกำลังถูกทำลายขวัญ
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยระบุว่าเป็นเพราะ "ไม่สนองนโยบายการเงินมากกว่าการงาน" ว่า พรรคฝ่ายค้านมีสิทธิตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล แต่ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมมักออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่การทำงานที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร จึงมองว่าการออกมาพาดพิงในลักษณะดังกล่าวเป็นความพยายามดิสเครดิตนายสุริยะ
นางมนพรกล่าวว่า ขอตั้งคำถามกลับว่า การออกมาตั้งข้อสังเกตครั้งนี้ เป็นเพราะนำแนวทางการทำงานในสมัยที่พรรคกล้าธรรมกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาใช้เป็นมาตรฐานตัดสินรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่กล่าวถึงข้อเท็จจริงว่า ปัญหาหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปลากะพง ปลาหมอคางดำ หรือโครงการนมโรงเรียน ล้วนเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาจากพรรคกล้าธรรม
นางมนพรกล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารในยุคนายสุริยะ ยึดหลักความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมกับตำแหน่ง และเป็นไปตามระบบราชการ ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งหรือการต่อรองผลประโยชน์อย่างแน่นอน โดยนายสุริยะให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ทางการเงิน หากผู้ใดมีข้อมูลว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ก็สามารถยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ เพราะนายสุริยะยืนยันด้วยตนเองแล้วว่าพร้อมให้ตรวจสอบ พร้อมขออย่านำข่าวลือหรือข้อสันนิษฐานมาสร้างความสับสน กระทบต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อเกษตรกร
นางมนพรกล่าวอีกว่า การนำการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายสุริยะ และการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไทย-จีน ไปเชื่อมโยงกับการเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีน เป็นการนำคนละประเด็นมาเชื่อมโยงกัน เพราะ MOU ที่ลงนามเป็นความร่วมมือด้านพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคที่จะส่งออก และความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนแต่อย่างใด
นางมนพรกล่าวว่า หากจะตรวจสอบรัฐบาล ก็ควรนำเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ใช่เลือกหยิบข้อมูลเพียงบางส่วน เพราะคำขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกจากจีนมายังประเทศไทย เป็นคำขอที่ฝ่ายจีนยื่นมาตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาจากพรรคกล้าธรรม ไม่ใช่รัฐบาลชุดปัจจุบัน อีกทั้งการที่ฝ่ายจีนยื่นคำขอเปิดตลาด ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกรมปศุสัตว์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกฎหมาย หลักวิชาการ และมาตรฐานด้านสุขอนามัยสัตว์ และยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนแต่อย่างใด
นางมนพรยืนยันว่า ตนรู้จักนายสุริยะมาเป็นเวลานาน และเชื่อมั่นว่าจะไม่ดำเนินการใดที่กระทบต่อผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่นำข้อมูลที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์หรือคนละประเด็นมาเชื่อมโยง จนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
“อรรถกร” สวนเดือด “มนพร” เจ๋อพูดเรื่องที่ไม่รู้จริง
ทั้งนี้เวลา 12.20 น.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมว่า พยายามมุ่งดิสเครดิต นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นั้น ในฐานะที่เคยร่วมบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นว่า นางมนพรอาจยังไม่เข้าใจการทำงานภายในกระทรวงอย่างแท้จริง ขออย่านำมาตรฐานการทำงานของนายสุริยะมาเหมารวมว่า ผู้อื่นจะต้องเป็นเช่นเดียวกัน
“การที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมาวิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงเกษตรในครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการทะเลาะกันในฐานะพรรคการเมือง เราไม่เคยคิดว่า เราเป็นเจ้าของที่ แต่เนื่องจากว่า ท่านมีความห่วงใยต่อข้าราชการที่ตั้งใจทำงานมาโดยตลอดกำลังสูญเสียขวัญและกำลังใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในฐานะที่พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน หากรัฐมนตรีบริหารประเทศได้เป็นอย่างดี พรรคฝ่ายค้านคงไม่สามารถไปตำหน้าการทำงานของท่านได้“
นายอรรถกร กล่าวต่อว่า มาตรฐานของรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม คือการตั้งใจทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหา และเราเชื่อว่า ระหว่างที่เรามีหน้าที่บริหารกระทรวงเกษตรฯ นั้น ข้าราชการของกระทรวงต่างก็ให้ความร่วมมือกันเต็มที่ การแก้ไขปัญหาของภาคเกษตร เข้าใจว่าต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่ในยุคของ ร.อ.ธรรมนัส ปัญหามันค่อย ๆ ได้รับการคลี่คลาย เพราะท่านมุ่งเน้นการทำงาน ไม่ได้คิดถึงเรื่องของประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง โดยทุกวันนี้ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร และข้าราชการที่ตั้งใจทำงานยังให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส อยู่เลย เนื่องจากไม่สบายใจกับแนวทางการบริหารงานในปัจจุบันของนายสุริยะ
“ตลอดระยะเวลาที่ท่านสุริยะเข้ามารับตำแหน่ง ผมขอตั้งคำถามว่า ท่านเคยลงไปถามเกษตรกรหรือไม่ว่า ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะวันนี้เกษตรกรจำนวนมากยังเผชิญวิกฤต ขณะที่ท่านกลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงเกษตรเป็นกระทรวงที่ต้องลงมือทำ ไม่ใช่กระทรวงที่เน้นถ่ายรูป ถ้าจะพิสูจน์ผลงานก็ลงไปถามเกษตรกรดูว่า ทุกวันนี้ลืมตาอ้าปากได้หรือยัง อย่ามัวแต่ให้ความสำคัญกับนายทุน จนลืมคนที่เป็นเจ้าของประเทศตัวจริง”
ทั้งนี้ นายอรรถกร ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้ชาวนาที่ปลูกข้าวนาปีโดยเร็วที่สุด โดยระบุว่า ถ้ารัฐมนตรีสุริยะ เห็นความเดือดร้อนของชาวนาสำคัญจริง ก็ต้องลงมือทำทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวนารอคอยต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้
"โฆษกกระทรวงเกษตรฯ" โต้กล้าธรรม ย้ำ MOU ไทย–จีน ไม่เกี่ยวเปิดนำเข้าเนื้อเนื้อสัตว์ปีกจากจีน
นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคกล้าธรรมตั้งข้อสังเกตว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจเชื่อมโยงกับการเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนนั้น ขอยืนยันว่าเป็นการนำคนละประเด็นมาเชื่อมโยงกันโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
นายกฤชนนท์ กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ไทยลงนามระหว่างการเยือนจีนครั้งล่าสุดนี้ เป็นความร่วมมือด้านพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคที่จะส่งออก และความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งไม่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนแต่อย่างใด
ส่วนคำขอเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกจากจีนมายังประเทศไทย เป็นคำขอที่ฝ่ายจีนยื่นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 ในสมัยรัฐบาลชุดก่อน และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนของกรมปศุสัตว์ โดยยังไม่มีการอนุมัติหรือข้อยุติใด ๆ
“การนำ MOU ไทย–จีนมาโยงกับการเปิดนำเข้าเนื้อไก่จากจีน เป็นการจับแพะชนแกะและกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย เพราะเป็นคนละเรื่อง คนละกระบวนการ ไม่เคยมีการหารือหรือให้คำมั่นเรื่องการเปิดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากจีนในการเยือนครั้งนี้” นายกฤชนนท์กล่าว
นายกฤชนนท์ ย้ำว่า รัฐบาลจะพิจารณาคำขอทุกกรณีด้วยความรอบคอบ บนหลักวิชาการ กฎหมาย และมาตรฐานด้านสุขอนามัยสัตว์ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ เกษตรกร และอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันว่า การคุ้มครองเกษตรกรไทยยังคงเป็นภารกิจและความสำคัญสูงสุดของรัฐบาล
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- เครือข่ายคนรักษ์มรดกโลกยื่นสภาฯ ผลักดัน 3 แหล่งมรดกไทยสู่บัญชีมรดกโลกยูเนสโก ชูคุณค่าประวัติศาสตร์ สร้างเศรษฐกิจวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 23 ก.ค. 2569
- "มนพร" โต้กล้าธรรม "อรรถกร" สวนกลับ ปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเกษตรฯ 23 ก.ค. 2569
- “สว.เปรมศักดิ์” ชี้มติปลดประธาน กสทช. ส่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งคำถามประชุมลับ 4 ปีผ่านไปทำไมเพิ่งกลับมติ 23 ก.ค. 2569
- “อุปทูตจีน” ยกเพลง “เถียนมี่มี่” เปรียบมิตรภาพไทย-จีน หวานชื่น ย้อนเหตุการณ์นายกฯ 2 ชาติสัมพันธ์ชื่นมื่น 23 ก.ค. 2569
- 'อนุทิน' นั่งประธานบอร์ดต้านทุจริตนัดแรก ชูยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดสารพัดรูปแบบ กว่า 4 หมื่นล้าน ลั่นปิดช่องวิ่งเต้นคดี เดินหน้าปราบโกงเชิงระบบ 23 ก.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“อนุทิน” ดึง 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย ต่อยอด EV–AI ยกระดับไทยสู่ฐานผลิตเทคโนโลยีโลก 20:47 น.- ‘ปลัดวรรณพงษ์’ เยี่ยมชม ‘ค่ายมวย น.นาคสินธุ์’ ในญี่ปุ่น ชู Soft Power มวยไทย ดันเป็นอาชีพสร้างรายได้-เชื่อมสัมพันธ์สองประเทศ 15:44 น.
- ปลัดมหาดไทย สนองข้อสั่งการ "นายกฯ อนุทิน" เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการและอาคารสาธารณะทั่วประเทศ 14:46 น.
- อ.ต.ก. เปิดงาน “อ.ต.ก. แฟร์ 4 ภาค @ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ยกสินค้าเกษตรคุณภาพทั่วไทยสู่ขอนแก่น เชื่อมตลาดสร้างรายได้เกษตรกร 14:44 น.
- “อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์ เยือน เฉิงตู เปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ เร่งดึงยักษ์ใหญ่จีนลงทุน AI-EV-ท่องเที่ยว ปลุกรัฐ-เอกชนผนึกกำลังสู่ตลาดโลก 14:41 น.


