วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 03:51 น.

การเมือง

"วัชระพล" ชง ครม. สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

"วัชระพล" ชง ครม. สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน เดินหน้าขยายตลาดส่งออกนมเพื่อฟื้นฟูอ.ส.ค. และอุตสาหกรรมนมไทยทั้งระบบ ขณะที่ อ.ส.ค. เตรียมเปิดประมูลจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีแบรนด์ไทย-เดนมาร์คที่หมดอายุรวมกว่า 5 แสนหีบ ในวันที่ 6 ส.ค. นี้ ลดภาระสต็อกและเร่งจัดการสินค้าที่เสื่อมสภาพ 

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม​นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอ ครม. พิจารณาขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนจากเดิมที่ครอบคลุมระดับประถมศึกษาไปถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา​ศึกษา​ปี​ที่​ 3 ซึ่งคาดว่า​ จะช่วยดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินได้เพิ่มกว่า 90 ตันต่อวัน และเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมนมไทยทั้งระบบและ ในระยะต่อไปกระทรวงเกษตรฯ จะเสนอคณะกรรมการนโยบายโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) พิจารณาเพิ่มสัดส่วนโควตาโครงการนมโรงเรียนที่จัดสรรให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่ง​ประเทศไทย​ (อ.ส.ค.) จากเดิมร้อยละ 10 เนื่องจาก​ปัจจุบัน​อ.ส.ค. ได้​รับโควตา​นมโรงเรียน​น้อย​ แต่ต้องรับซื้อน้ำนม​ดิบนอกเหนือ​จาก​ MOU ของสหกรณ์​มาก​ เป็นภาระที่​ต้อง​แบกรับ​ทั้งด้าน​การ​แปรรูป​และ​การ​ตลาด​

ส่วน​การ​แก้ไข​ปัญหา​เฉพาะ​หน้า​ ได้ประสาน​กับ​หน่วยงาน​ต่างๆ​ ให้​รับซื้อนมไทย-เดนมาร์ค​ล่าสุด​ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ ในการช่วยระบายผลิตภัณฑ์นมที่ค้างสต็อกของ อ.ส.ค.

ขณะที่การจัดการผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพ อ.ส.ค. ได้ประกาศเปิดขายทอดตลาดผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีแบรนด์ไทย-เดนมาร์คที่หมดอายุ 10 รายการ รวม 504,548 หีบ ราคาประเมินรวมกว่า 4.2 ล้านบาท โดยกำหนดเปิดลงทะเบียนผู้เข้าร่วมเสนอราคาในวันที่ 6 ส.ค. 2569 เวลา 08.00-10.00 น. ก่อนยื่นซองเสนอราคาเวลา 10.00 น. และเปิดซองเวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่นโดยได้กำชับให้ อ.ส.ค. เร่งระบายสินค้าก่อนหมดอายุ ไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายซ้ำ พร้อมจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องและพลิกฟื้นธุรกิจ ก่อนพิจารณาขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ ขณะเดียวกันได้ประสานกรมปศุสัตว์ นักวิจัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการยางแห่งประเทศไทย​ (กยท.) ศึกษาแนวทางนำนมที่หมดอายุไปใช้ประโยชน์ เช่น การเพิ่มโปรตีนในอาหารสัตว์ และการใช้รักษาโรคใบร่วงในยางพารา

นายวัชระ​พล​ได้ตั้งข้อสังเกตต่อการบริหารงานของ อ.ส.ค. หลังพบว่า​ยังมีผลิตภัณฑ์ใกล้​หมดอายุซึ่ง​ค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก ทั้งที่องค์กรเคยเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการแข็งแกร่งและมีรายได้ปีละกว่าหมื่นล้านบาท จึงจำเป็นต้องทบทวนประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ทั้งด้านต้นทุน การตลาด และช่องทางจำหน่าย เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบันและกลับมามีความมั่นคงอีกครั้งโดยแนวทาง​ที่​จะเร่ง​ดำเนินการ​นอกจากการเพิ่มการบริโภคภายในประเทศแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังเร่งขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์นม โดยมอบหมายให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประสานหาตลาดใหม่ ศึกษาความต้องการของผู้บริโภค ระดับราคา คู่แข่ง ช่องทางจำหน่าย และจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้า พร้อมผลักดันการเจรจาแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ มาตรฐาน และการอนุญาตนำเข้า เพื่อเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์นมไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น

สำหรับตลาดจีน แม้จะมีการผลิตผลิตภัณฑ์นมภายในประเทศอย่างกว้างขวางและมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำ แต่ยังมีโอกาสในตลาดผลิตภัณฑ์นมระดับพรีเมียม โดย อ.ส.ค. อยู่ระหว่างวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมรสทุเรียนและรสมังคุด เพื่อนำอัตลักษณ์ของผลไม้ไทยมาต่อยอดสร้างมูลค่าและเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน

ขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นอีกตลาดสำคัญ เนื่องจากมีอัตราการบริโภคนมสูง แต่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศทั้งหมด ปัจจุบันไทยได้ยื่นขอเปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์นมแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการอนุญาตของทางการอินโดนีเซีย โดยในสัปดาหน้า​นายวัชระพลจะร่วมคณะของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อเร่งผลักดันการเปิดตลาดสินค้า​เกษตร​ซึ่ง​รวมถึง​ผลิตภัณฑ์นมไทย ซึ่งหากการเจรจาประสบความสำเร็จ คาดว่า​ จะช่วยระบายน้ำนมดิบภายในประเทศได้มากกว่า 1,000 ตันต่อวัน

อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรฯ ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ปราศจากแลคโตส เพื่อเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบ รองรับการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกซึ่งมีมูลค่าสูง และสร้างช่องทางระบายผลผลิตในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนมไทย และอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการปฏิรูปอุตสาหกรรมนม คือ ร่างพระราชบัญญัติโคนมและผลิตภัณฑ์นม ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว และอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้โครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายโคนมและผลิตภัณฑ์นม (Milk Board) เปลี่ยนแปลงจากปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าจะเอื้อต่อการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการอุตสาหกรรมนมทั้งระบบ ให้มีความคล่องตัว สอดคล้องกับสถานการณ์ และสามารถยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนมไทยได้อย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง