วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 00:45 น.

การเมือง

นักปกป้องสิทธิฯ และประชาชนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งมาตามนัดลุกฮือปักหลักศาลากลาง! ต้านมติผนวก EEC แฉ 'นอมินีทุนจีน' กว้านซื้อที่ดิน-ขยะพิษทะลัก

วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

นักปกป้องสิทธิฯ และประชาชนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งมาตามนัดลุกฮือปักหลักศาลากลาง! ต้านมติผนวก EEC แฉ 'นอมินีทุนจีน' กว้านซื้อที่ดิน-ขยะพิษทะลัก  คว่ำโต๊ะเจรจา ยื่นคำขาด 'อนุทิน' เซ็นยกเลิก EEC และเข้าไปใช้สถานที่ชุมนุมในศาลากลางจังหวัดเท่านั้น 

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มวลชนในนาม "เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง" พร้อมแนวร่วมนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นำรายชื่อประชาชนกว่า 11,207 รายชื่อ รวมตัวปักหลักชุมนุมใหญ่บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี (ประตูฝั่งธนาคารกรุงไทย) เพื่อแสดงพลังคัดค้านมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่เห็นชอบให้ผนวกจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นพื้นที่ EEC โดยประกาศปักหลักค้างคืนจนกว่ารัฐบาลจะมีคำสั่งยกเลิกมติดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศตึงเครียด เจ้าหน้าที่ปิดประตูศาลากลางสกัดผู้ชุมนุมสถานการณ์ในช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาพร้อมเสบียงอาหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำกุญแจมาล็อกประตูศาลากลางจังหวัด เพื่อห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปใช้สถานที่ ขณะที่ผู้ชุมนุมปักหลักหน้าประตูที่ปิดล็อค และผลัดกันขึ้นปราศรัยเดือดแฉยับกฎหมาย EEC เอื้อทุนต่างชาติ-นอมินีจีนกว้านซื้อที่ดิน

นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม ตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งปราศรัยว่า ปราจีนบุรีมีศักยภาพที่ควรบริหารจัดการด้วยกฎหมายปกติ ไม่จำเป็นต้องพึ่งกฎหมายพิเศษ EEC ที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนจนริดรอนสิทธิชาวบ้าน พร้อมแฉความผิดปกติบริเวณสำนักงานที่ดินจังหวัดว่า เริ่มมีกลุ่ม "นอมินี" เข้ามาจดทะเบียนกว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีน จึงขอส่งสัญญาณเตือนภัยสังคมและเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงมารับฟังปัญหาด้วยตนเอง

นอกจากนี้ กฎหมายพิเศษ EEC ยังสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง ทั้งการเปิดช่องเช่าอสังหาริมทรัพย์ยาวนานถึง 99 ปี การดึงที่ดิน ส.ป.ก. และที่ราชพัสดุไปประเคนให้โรงงานต่างชาติ รวมถึงการใช้อำนาจพิเศษผันผังเมืองจนเสี่ยงเกิดโรงงานมลพิษในชุมชน

ด้านพิสมัย พันชาติ ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรง หนึ่งในตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งย้ำเตือนถึงบทเรียนความล้มเหลวจากพื้นที่อื่น พร้อมระบุว่า สิ่งที่ปราจีนบุรีกำลังเผชิญอย่างชัดเจนคือ การทะลักเข้ามาของขยะพิษและกากอุตสาหกรรมอันตราย เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม แย่งชิงทรัพยากรดิน-น้ำ-ป่า และแย่งอาชีพของคนในท้องถิ่นทวงสัญญา 45 วันค้าน EEC เปิด 6 เหตุผลคัดค้าน 

ทางเครือข่ายฯ ได้อ่านแถลงการณ์ทวงถามความรับผิดชอบจากรัฐบาล หลังเคยเจรจากับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งรับปากว่าจะนำเรื่องหารือกับนายอนุทิน แต่เวลาล่วงเลยมากว่า 45 วันกลับไร้ความคืบหน้า โดยทางกลุ่มได้ย้ำเหตุผล 6 ประการในการคัดค้าน EEC ได้แก่:

ศักยภาพเชิงนิเวศ: ปราจีนบุรีโดดเด่นด้านเกษตรอินทรีย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ใกล้อุทยานฯ เขาใหญ่-ทับลานวิกฤตมลพิษเดิม: พื้นที่กลายเป็นแหล่งรองรับกากอุตสาหกรรมจากคำสั่ง คสช. 4/2559 อยู่แล้ว การศึกษาที่ไม่ครอบคลุม: กระบวนการศึกษาความเหมาะสมเร่งรัดในเวลาไม่กี่เดือน ขาดความรอบด้าน กฎหมายเอื้อกลุ่มทุน: มุ่งเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของนักลงทุน ละเลยสิทธิชุมชน ความเสี่ยงด้านที่ดิน: คนท้องถิ่นเสี่ยงสูญเสียที่ดินทำกินจากการถูกกว้านซื้อ ผลกระทบต่อแหล่งน้ำและป่ามรดกโลก: ภาคอุตสาหกรรมต้องการใช้น้ำมหาศาล อาจนำไปสู่การสร้างเขื่อนกระทบผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เล่นละครล้อเลียน 'ผู้ว่าฯ และทุนจีนเทา” ก่อนเคลื่อนขบวนประชิด

กระทั่งเวลา 10.00 น. บรรยากาศการชุมนุมเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดกิจกรรมแสดงละครล้อเลียน ระหว่างการเคลื่อนขบวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกุญแจมาล็อกปิดประตูรั้วศาลากลาง โดย พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ อยู่ไพร ผกก.สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้เข้าเจรจาขอความร่วมมือไม่ให้ผู้ชุมนุมกีดขวางการจราจรและขอให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ

ด้าน ทนายความของกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ออกมาชี้แจงข้อกฎหมายโต้ตอบทันทีว่า ทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือแจ้งการชุมนุมถูกต้องตามกฎหมาย และเอกสารตอบกลับจากทางการเป็นเพียง "คำแนะนำให้พิจารณาเปลี่ยนสถานที่" เท่านั้น ไม่ใช่คำสั่งห้ามหรือสั่งย้ายสถานที่ พร้อมชี้แจงว่าผู้ชุมนุมต้องการเข้าไปใช้พื้นที่ลานด้านนอกอาคารศาลากลาง ไม่ได้เข้าไปในตัวอาคาร หากตำรวจในฐานะผู้ดูแลการชุมนุมประสานเปิดประตูให้ประชาชนเข้าไปข้างใน ก็จะไม่เกิดปัญหาการกีดขวางการจราจร และยังปลอดภัยต่อประชาชนที่สัญจรไปมามากกว่า จึงขอให้ตำรวจไปเจรจากับเจ้าของสถานที่เพื่อเปิดประตู

ขณะที่ นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ได้ขึ้นปราศรัยอย่างดุเดือดว่า  ศาลากลาง ถนนหนทาง แม่น้ำลำธาร ล้วนเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนมีสิทธิใช้ชุมนุมได้ เมื่อประชาชนเดือดร้อนจากการเอาปราจีนบุรีไปทำ EEC รัฐธรรมนูญจึงรับรองสิทธิเสรีภาพในการส่งเสียงเรียกร้องอย่างเต็มที่

ต่อมา นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย นายอำนาจ วิลาวัลย์ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่การพูดคุยดำเนินไปไม่ถึง 10 นาทีก็ต้องยุติลง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมปฏิเสธการเจรจาปากเปล่า และยื่นคำขาดว่า ต้องการเพียงหนังสือยกเลิกมติ EEC ในจังหวัดปราจีนบุรีที่มีลายเซ็นของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เท่านั้น ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเข้าไปใช้พื้นที่ด้านในตามที่ร้องขอ และประกาศปักหลักชุมนุมยืดเยื้อต่อไปจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง