วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 05:46 น.

การเมือง

“จักรภพ” มองเวทีนางงามมากกว่าความสวย ชี้เป็น “อุตสาหกรรมทำเงิน” ทึ่ง Supply Chain ยาว สร้างงาน–ส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ชงรัฐ “ปลดล็อกกฎ” ไม่ต้องแจกงบ

วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.14 น.

เมื่อวันที่ 24  สิงหาคม 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดมุมมองภายหลังเข้าร่วมชมการประกวดนางงามจักรวาลของไทยประจำปี 2569 ตามคำเชิญของ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล โดยระบุว่า แม้จะไม่เคยสัมผัสงานประกวดในระดับและแฟรนไชส์เช่นนี้มาก่อน แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้มองเห็นมิติทางเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเวทีประกวดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะศักยภาพในการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการต่อยอดสินค้าและบริการของไทยออกสู่ตลาดโลก

นายจักรภพ ระบุว่า ก่อนเริ่มการประกวดได้มีโอกาสพูดคุยกับนายณวัฒน์ถึงโครงสร้างธุรกิจและการขยายตัวของอาณาจักรที่เกี่ยวข้อง แม้เป็นการสนทนาเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ทำให้เห็นภาพของอุตสาหกรรมนี้กว้างขึ้น และเกิดความคิดทันทีว่า นี่คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยควรเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่มีความสามารถเข้ามาสร้างเม็ดเงินและตำแหน่งงานให้ประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการอาจไม่ใช่เงินจากรัฐ โดยนายจักรภพ กล่าวว่า นายณวัฒน์ ระบุอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว ดังนั้น โจทย์ที่สำคัญกว่าจึงอยู่ที่ว่า ภาครัฐจะทำอย่างไรให้กฎหมาย กฎระเบียบ และระบบราชการไม่เข้าไปกีดขวางหรือถ่วงการพัฒนาของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ

“คนขนาดคุณณวัฒน์หาเงินเองได้สบายอยู่แล้ว ผมใช้คำว่า ‘ตักเงินจากอากาศ’ ได้ แต่สิ่งที่ผมอยากช่วยคือ ทำอย่างไรที่กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐในบ้านเรา จะไม่เข้ามากีดขวางการพัฒนาและถ่วงความเจริญของอุตสาหกรรมประเภทนี้มากกว่า” นายจักรภพ กล่าว 

นายจักรภพ กล่าวอีกว่า เมื่อหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือ ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันอย่างรวดเร็ว และมีแนวคิดว่าจะนัดหมายพูดคุยกันในรายละเอียดต่อไป เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองถึงแนวทางส่งเสริมให้อุตสาหกรรมประเภทนี้สามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับการประกวดครั้งนี้ นายจักรภพและคู่ชีวิต นายสุไพรพล เพ็ญแข หรือป๊อบ ได้รับการจัดที่นั่งบริเวณแถวหน้ากลางเวที ทำให้สามารถติดตามรายละเอียดของการประกวดอย่างใกล้ชิด ทั้งสีหน้า แววตา ท่าทาง และอารมณ์ของผู้เข้าประกวดตลอดระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้นายจักรภพ ซึ่งยอมรับว่ามีความรู้เกี่ยวกับวงการประกวดนางงามไม่มากนัก มองเห็นมิติใหม่ของธุรกิจนี้ และนิยามว่าเป็น “อุตสาหกรรมขายอารมณ์” ซึ่งอาจเป็นอุตสาหกรรมที่เหมาะกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะผู้บริโภคเต็มใจจ่ายให้กับความรู้สึก ประสบการณ์ ความสวยงาม และความบันเทิง

ขณะเดียวกัน คนไทยยังมีต้นทุนสำคัญจากวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ มีความเข้าใจเรื่องความสวยงาม ความประณีตอ่อนโยน และสามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้ดี ซึ่งทั้งหมดสามารถแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

นอกจากนี้ นายจักรภพ ยังมองว่า เมื่อพิจารณา “ฃการขายที่เกิดขึ้นผ่านเวทีประกวด จะพบว่า Supply Chain ของอุตสาหกรรมนี้มีความยาวและเชื่อมโยงธุรกิจจำนวนมาก ตั้งแต่แฟชั่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ความงาม การออกแบบ เวที แสง สี เสียง สื่อและคอนเทนต์ โฆษณา การท่องเที่ยว โรงแรม ไปจนถึงสินค้าและบริการอีกหลากหลายประเภท

“ผมนั่งสังเกตมิติต่าง ๆ ของการขาย ผ่านงานนี้แล้ว มองเห็นสินค้าไทย ที่จะส่งสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้นอีกมากมายในทันที ด้วยสายโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ของอุตสาหกรรมนี้มันยาวดีจัง”

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองว่า หากประเทศไทยสามารถนำความได้เปรียบด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถของคนไทยมาพัฒนาเป็นธุรกิจอย่างเป็นระบบ อุตสาหกรรมความงามและความบันเทิงจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงหน้าเวทีประกวด แต่สามารถเป็นอีกหนึ่ง “ประตูเศรษฐกิจ” ที่พาสินค้า บริการ แบรนด์ และความคิดสร้างสรรค์ของไทยเข้าสู่ตลาดโลก พร้อมสร้างรายได้และตำแหน่งงานกลับเข้าสู่ประเทศ
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง