วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 03:11 น.

การเมือง

“เจเศรษฐ์” นำทีม ปภ. MOU 134 องค์การสาธารณกุศลและภาคีเครือข่าย ยกระดับ “ทีมประเทศไทย” บริหารจัดการสาธารณภัยแบบบูรณาการเพื่อดูแลประชาชนทั่วประเทศ

วันศุกร์ ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2569, 16.23 น.

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569  เวลา 13.30 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กับองค์การสาธารณกุศล และภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนผู้บริหารมูลนิธิ สมาคม องค์การสาธารณกุศล และผู้แทนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคารพระที่นั่งนงคราญสโมสร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯ
 
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมุ่งเน้นการเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรสาธารณกุศล มูลนิธิ สมาคม และเครือข่ายอาสาสมัคร ถือเป็นกลไกและกำลังหลักที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เครื่องไม้เครื่องมือ และประสบการณ์สูงในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย ภาพสะท้อนความร่วมมือที่เห็นเด่นชัด คือ เหตุการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดน่าน ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการค้นหา กู้ชีพกู้ภัย การอพยพประชาชน สนับสนุนเครื่องจักรกล ตลอดจนการฟื้นฟูเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการประสานงานอย่างเป็นระบบภายใต้เป้าหมายเดียวกันสามารถช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างแท้จริง
 
“การลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับองค์การสาธารณกุศลและภาคีเครือข่ายทั้ง 134 หน่วยงานในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการประสานงานทางธุรการระหว่างหน่วยงาน แต่เป็นการเชื่อมโยงศักยภาพและหลอมรวมพลังของทุกภาคส่วนให้กลายเป็น ‘ทีมประเทศไทย’ ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย การเผชิญเหตุและให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัย หากทุกหน่วยงานสามารถบูรณาการข้อมูล ทรัพยากร และการปฏิบัติงานภายใต้ระบบเดียวกันได้ ประเทศไทยจะยกระดับขีดความสามารถในการรับมือกับสาธารณภัยได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และลดผลกระทบต่อประชาชนได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ปภ. ยังพร้อมสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศลในทุกมิติ ทั้งการจัดฝึกอบรมเพิ่มทักษะกู้ภัยเฉพาะด้าน เช่น การกู้ภัยทางน้ำหรือน้ำเชี่ยว การใช้เจ็ทสกีช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม และจัดสรรวิทยากร อุปกรณ์ สถานที่ เพื่อยกระดับศักยภาพอาสาสมัครทุกคนให้พร้อมรับมือกับภัยพิบัติยุคปัจจุบัน ซึ่งขอให้ทางมูลนิธิประสานความร่วมมือเข้ามาได้ทันที
 
นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อไปว่า แนวทางสำคัญ 4 ประการที่อยากเน้นย้ำทุกท่านในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ ได้แก่ ประการแรก ขอให้ทุกหน่วยงานจัดเจ้าหน้าที่ประสานงานร่วมกับ ปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถติดต่อและระดมทรัพยากรเข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้ทันทีเมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัย ประการที่สอง เมื่อเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ ขอให้ทุกฝ่ายยึดถือและปฏิบัติตามระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) และระเบียบปฏิบัติประจำด้านการประสานงาน (SOP) ตามที่ ปภ. และเครือข่ายกำหนดร่วมกัน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงทะเบียนรายงานตัวผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อความเป็นระเบียบ ลดความซ้ำซ้อน และยังทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายตลอดจนสิทธิต่าง ๆ ตามระเบียบราชการอย่างถูกต้อง ประการที่สาม ให้ดำรงการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางหลักที่กำหนด ทั้งทางโทรศัพท์และข่ายวิทยุสื่อสาร เพื่อให้การสั่งการและการรายงานข้อมูลมีเอกภาพ รวดเร็ว และต่อเนื่อง และประการที่สี่ ขอให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัย และเครื่องมือกู้ภัย โดยในระหว่างปฏิบัติภารกิจจะต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยของตนเองควบคู่ไปกับความปลอดภัยของผู้ประสบภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด
 
“ท้ายที่สุดนี้ ตนขอขอบคุณผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครของทุกองค์กรสาธารณกุศลและภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือร่วมกัน 3 ปี นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนทั้งการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ การสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์กู้ภัย และการประสานงานผ่านศูนย์ประสานการปฏิบัติงานอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นเอกภาพ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพลังแห่งความเสียสละและการร่วมมือกันอย่างจริงจังในวันนี้ จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายเจเศรษฐ์ กล่าวในช่วงท้าย
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง