วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 07:28 น.

การเมือง

“ศ.สุชาติ” ชี้องค์กรอิสระต้องโปร่งใส–ตรวจสอบได้ เสนอ 5 แนวทางปฏิรูป กกต. ย้ำคดีสำคัญต้องมีกรอบเวลาและระบบติดตาม “เร็ว โปร่งใส เป็นธรรม”

วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569, 21.49 น.

เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 9 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ มีการพิจารณาวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568 โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เข้าชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมสภาฯ ในวันเดียวกัน โดยศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายกล่าวถึงยุทธศาสตร์สำคัญของ กกต. 3 ด้าน ได้แก่ การเร่งรัดพัฒนาการเมืองบนฐานการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายประชาธิปไตย และการสร้างความตระหนักรู้ด้านความเป็นพลเมือง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในการอภิปรายอยู่ที่กระบวนการตรวจสอบคดีทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือที่มีการเรียกกันทั่วไปว่า “คดีฮั้ว สว.” ซึ่ง ศ.สุชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการและผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก กกต. ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต. มีการพิจารณาสำนวนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และสำนักงาน กกต. เปิดเผยมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยรายละเอียดของแต่ละข้อกล่าวหาและจำนวนผู้ถูกร้องแตกต่างกันตามสำนวนและข้อกฎหมายที่นำมาพิจารณา

สำหรับประเด็นที่ ศ.สุชาติ นำเสนอในที่ประชุม เป็นการตั้งข้อสังเกตในเชิงนโยบายและการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบคดีที่ใช้เวลานานอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคม พร้อมยกหลักคิด “Justice delayed is justice denied” หรือการที่กระบวนการยุติธรรมล่าช้าอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

5 ข้อเสนอปฏิรูปการทำงาน กกต.

ศ.สุชาติเสนอแนวทางสำคัญ 5 ประการ ได้แก่

1. กำหนดกรอบเวลาคดีเลือกตั้งอย่างชัดเจน
ควรมีระยะเวลาสำหรับการตรวจสอบและพิจารณาคดีที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระบวนการดำเนินไปโดยไม่มีกรอบเวลาที่ประชาชนสามารถติดตามได้

2. เปิดเผยเหตุผลต่อสาธารณะเมื่อมีการขยายเวลา
หากคดีจำเป็นต้องใช้เวลานานกว่ากรอบปกติ ควรชี้แจงว่าคดีอยู่ในขั้นตอนใด มีประเด็นใดที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเหตุใดจึงจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติม

3. จัดทำระบบติดตามคดีแบบสาธารณะ
เสนอให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและไทม์ไลน์ของคดีผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน

4. จัดให้มี Fast Track สำหรับคดีสำคัญ
คดีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจหรือมีผลกระทบในวงกว้างควรมีกระบวนการเร่งรัดตามหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยไม่ลดทอนสิทธิของผู้เกี่ยวข้องหรือมาตรฐานการพิจารณาคดี

5. เพิ่มความรับผิดชอบขององค์กรอิสระ หรือ Accountability
ศ.สุชาติเสนอแนวคิดว่า แม้ กกต. จะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่การเป็นอิสระไม่ควรหมายถึงการปราศจากการตรวจสอบจากสาธารณะ โดยประชาชนควรสามารถรับรู้และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ได้ภายใต้กรอบกฎหมาย

กกต. ระบุภารกิจมุ่งสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง

ด้านสำนักงาน กกต. ระบุว่า รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเป็นการรายงานภารกิจขององค์กร ทั้งด้านการเลือกตั้ง การสืบสวนและไต่สวน การพัฒนาพรรคการเมือง การเผยแพร่ความรู้ประชาธิปไตย การสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ตลอดจนความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งและสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน

การอภิปรายของ ศ.สุชาติจึงสะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ ความรวดเร็ว ความโปร่งใส และกลไกความรับผิดชอบขององค์กรอิสระ โดยข้อเสนอทั้ง 5 ประการมุ่งให้ประชาชนสามารถรับรู้ความคืบหน้าของคดีและติดตามกระบวนการทำงานของ กกต. ได้มากขึ้น

ช่วงท้ายของการอภิปราย ศ.สุชาติเน้นหลักการทำงานของ กกต. 3 ประการ คือ “เร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม” ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งและระบบตรวจสอบทางการเมืองของไทย ขณะที่การประเมินว่าข้อเสนอเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติเพียงใด ยังคงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมาย นโยบายขององค์กร และการพิจารณาของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง