วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 13:26 น.

การเมือง

“สุชาติ” เสนอปฏิรูป 2 กองทุน ชูวัดผลลดอุบัติเหตุจริง–ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ลดภาระหนี้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.31 น.

ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตการบริหารกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเสนอให้ปรับระบบประเมินผลการใช้เงิน เพิ่มความโปร่งใส และทบทวนกลไกราคาน้ำมัน เพื่อให้การใช้เงินกองทุนตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 จากการอภิปรายรับทราบรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ได้เสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้เงินภาครัฐ ความคุ้มค่าของมาตรการช่วยเหลือประชาชน และแนวทางปรับปรุงการบริหารกองทุนทั้งสองแห่ง โดยเน้นว่าควรพิจารณาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ควบคู่กับความโปร่งใสและความยั่งยืนทางการคลัง

1. จี้กองทุนความปลอดภัยทางถนน วัดผลจากการลดเจ็บ–เสียชีวิต

ในการอภิปรายรายงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ศ.สุชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า กองทุนมีรายได้สำคัญจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ซึ่งตามข้อมูลที่นำเสนอมีรายได้เกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ในปี 2566 มีการอนุมัติโครงการ 158 โครงการ วงเงินกว่า 1,845 ล้านบาท จึงควรมีการประเมินอย่างชัดเจนว่าเงินจำนวนดังกล่าวช่วยลดอุบัติเหตุและรักษาชีวิตประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ศ.สุชาติเสนอแนวทางปรับปรุง 3 ประการ ได้แก่

หนึ่ง เปลี่ยนจากการวัดผลการเบิกจ่ายเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ตรวจสอบได้ โดยไม่ควรประเมินความสำเร็จจากจำนวนโครงการ จำนวนผู้เข้าอบรม หรือจำนวนเงินที่ใช้ไปเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าสามารถลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้จริงหรือไม่ โครงการที่มีหลักฐานว่าได้ผลควรขยายผล ส่วนโครงการที่ไม่เกิดผลตามเป้าหมายควรทบทวนหรือยุติ

สอง นำงบประมาณไปแก้สาเหตุของอุบัติเหตุโดยตรง โดยให้ความสำคัญกับการขับรถเร็ว การเมาแล้วขับ การไม่สวมหมวกนิรภัย และการขับรถย้อนศร พร้อมเสนอให้ลงทุนในเทคโนโลยีตรวจจับความเร็ว การปรับปรุงจุดเสี่ยง และการจัดทำทางข้ามที่ปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงเรียนและชุมชน แทนการใช้งบกับกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่ไม่สามารถประเมินผลได้ชัดเจน

สาม บูรณาการการบริหารและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ทำงานภายใต้เป้าหมายร่วมกันหรือระบบบัญชาการที่เป็นเอกภาพ (Single Command) พร้อมเปิดเผยรายรับ รายจ่าย และผลการดำเนินงานให้ประชาชนตรวจสอบได้ รวมถึงจัดให้มีระบบช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้รับอุปกรณ์จำเป็นอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

ข้อเสนอสำคัญของการอภิปรายประเด็นนี้ คือการทำให้เงินกองทุนเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่สิ้นสุดเพียงการอนุมัติโครงการและรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ

 เสนอรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ทบทวนระบบอ้างอิงสิงคโปร์

สำหรับการอภิปรายรายงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประจำปี 2567 ศ.สุชาติให้ความสำคัญกับภาระหนี้ของกองทุนและโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยตั้งข้อสังเกตต่อการใช้ราคาอ้างอิงน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ หรือระบบ Import Parity ทั้งที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศ

ศ.สุชาติมองว่า การใช้ราคาอ้างอิงดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบว่าเหมาะสมกับต้นทุนและโครงสร้างตลาดของไทยเพียงใด พร้อมตั้งคำถามถึงการกระจายภาระระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาด้วยการกู้เงินมาอุดหนุนราคาอย่างต่อเนื่องอาจสร้างภาระหนี้ที่ต้องชำระคืนในอนาคต

ข้อเสนอในการปรับระบบมี 3 ประการ ได้แก่

หนึ่ง ทบทวนการกำหนดราคาหน้าโรงกลั่น โดยเสนอระบบ Cost Plus ซึ่งกำหนดราคาจากต้นทุนการกลั่นจริงบวกกำไรในระดับเหมาะสม พร้อมให้มีการตรวจสอบต้นทุนอย่างโปร่งใสและเป็นอิสระ เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่าราคาที่ผู้บริโภคจ่ายสะท้อนต้นทุนและผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลหรือไม่

ข้อเสนอนี้เป็นแนวทางที่ ศ.สุชาติเสนอให้พิจารณา โดยการนำไปใช้จริงจำเป็นต้องประเมินต้นทุนวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการกลั่น คุณภาพน้ำมัน การแข่งขัน การนำเข้า–ส่งออก และผลต่อความมั่นคงทางพลังงานอย่างรอบด้าน

สอง พิจารณามาตรการภาษีส่งออกในช่วงที่จำเป็น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่น้ำมันสำเร็จรูปจะถูกส่งออกมากเกินไป หากราคาภายในประเทศตามระบบ Cost Plus ต่ำกว่าราคาส่งออก โดยเสนอให้ใช้ภาษีส่งออกเป็นเครื่องมือทางนโยบายในสถานการณ์ที่เหมาะสม ทั้งนี้ ต้องศึกษาผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า ภาระของผู้ประกอบการ และข้อผูกพันระหว่างประเทศก่อนดำเนินการ

สาม ปฏิรูปกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เน้นรักษาเสถียรภาพในยามวิกฤต แทนการกู้เงินมาอุดหนุนราคาเป็นระยะเวลานาน โดยเสนอให้รัฐบาลจัดทำแผนลดการขาดดุลและชำระหนี้ที่ชัดเจน หากจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ควรพิจารณาการอุดหนุนแบบเจาะจงกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดการใช้เงินกับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ

ศ.สุชาติยังแสดงความกังวลว่า นโยบายอุดหนุนราคาน้ำมันในวงกว้างหรือการกู้เงินมาแจกจ่ายอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเพิ่มความเสี่ยงทางการคลังในระยะยาว จึงควรประเมินต้นทุน ผลประโยชน์ และภาระหนี้ก่อนตัดสินใจใช้นโยบาย

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง