วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:31 น.

ภูมิภาค

ฟังเทศนา...เจ้าอาวาสวัดกลางน้ำปลีก ให้ทำบุญ หลุดพ้น วิบากกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.57 น.

ในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ไม่รู้จะไปไหว้พระทำบุญ ทำทาน ปฏิบัติธรรม ที่ไหนดี และ หากเดินทางไปพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ก็ขอแนะนำเดินทางไปบ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของตัวเมืองอำนาจเจริญ โดยเริ่มเดินทางจากจุดสี่แยกไฟแดง(หอนาฬิกา) ใจกลางเมืองอำนาจเจริญ ไปตามถนนอรุณประเสริฐ สายหลัก มุ่งหน้า กทม. ประมาณ 19 กิโลเมตร ถึงสี่แยกไฟแดง หรือ แยกกุญชร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายรอง มุ่งสู่บ้านน้ำปลีก  ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงสำนักงานเทศบาลตำบลน้ำปลีก เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตรงไปก็จะชนกับประตูเข้าวัดกลางบ้านน้ำปลีกพอดี เพื่อที่จะเข้าไปฟังธรรม ปฏิบัติธรรม กับพระครูวรธรรมนุวัตร เจ้าอาวาสวัดกลางน้ำปลีก  เพื่อเป็นสิริมงคล เป็นมงคลชีวิต สู่หนทางแห่งความสงบสุขนั่นเอง  

 


    

วัดกลางบ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 6 ไร่ 3 งาน เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี มีพระครูวรธรรมนุวัตร อายุ 80 ปี 60 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก ปกครองพระสงฆ์ 5 รูป ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก สังกัดมหานิกาย

 

 


    

พระครูวรธรรมนุวัตร อายุ 80 ปี เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ  เล่าว่า ได้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อค้นคว้าศึกษาพระธรรมวินัย ระหว่างที่จำพรรษาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณรอยต่อประเทศพม่า กับ จ.กาญจนบุรี ประเทศไทย ต่อมาพุทธศาสนิกชนชาวบ้านน้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ นิมนต์มาที่วัดกลางบ้านน้ำปลีก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ไม่มีพระจำพรรษา ก็เลยเดินทางมาอยู่ที่วัดกลางน้ำปลีก แรกๆไม่มีอะไรเลย ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งทุกวันนี้ เป็นเวลา กว่า 40 ปี ถือว่า เป็นศูนย์รวมทางจิตใจที่ยึดเหนี่ยวทางใจของชาวน้ำปลีกและใกล้เคียงรวมถึงยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญอีกด้วย

 


    

พระครูวรธรรมนุวัตร เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก กล่าวถึงเหตุที่ต้องสร้างเจดีย์ว่า ฝันว่า ได้ปรากฏเห็นภาพเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ลอยเหนืออุโบสถ ก็นำเรื่องราวความฝันไปปรึกษากับกรรมการวัดและพุทธศาสนิกชนบ้านน้ำปลีก จึงตกลงว่า ให้ก่อสร้างพุทธมหาเจดีย์สิตตฉัตรมหามงคล แบบพุทธคยาประยุคกับเจดีย์ในปัจจุบัน จึงได้ปรากฏเป็นรูปร่างเจดีย์อย่างที่เห็น โดยใช้เงินงบประมาณจากพุทธศาสนิกชนบ้านน้ำปลีกและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค จำนวน 35 ล้านบาท มีความสูงจากพื้นถึงยอด ประมาณ 47 เมตร ฐานกว้างราวๆ 108 เมตร วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 15 ม.ค.46 ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีต่อมา ซึ่งมีการจัดงานพิธีพุทธาภิเษกเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 ม.ค.58 ที่ผ่านมา ได้จัดพิธีพุทธาภิเษก สมโภชพุมธมหาเจดีย์สิตตฉัตรมหามงคล ขึ้น ช่วงกลางคืน ระหว่างพิธีพุทธาภิเษก มีพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานรายหนึ่งได้บักทึกภาพไว้ เป็นภาพพญานาค ลอยมาจากท้องฟ้าพาดรอบเจดีย์ พร้อมมีภาพสีรุ้งหลากหลายพาดเป็นแนวยาวจากฟ้าสู่เจดีย์ที่กำลังทำพิธีพุทธาภิเษก ก็เชื่อว่า เป็นเหล่าเทพเทวดาบนสรวงสวรรค์และญาณพญานาคมาเข้าร่วมพิธีมหามงคลครั้งนี้

 


    

พระครูวรธรรมนุวัตร เจ้าอาวาสวัดกลางบ้านน้ำปลีก เทศนาตอนหนึ่งว่าวิบากกรรมของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันไป บางคนป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนตกงานบ่อย บางคนลำบากมาก หากินไม่คล่อง บางคนลูกเกเร วิบากกรรมนี้ ตามหาหลายภพหลายชาติ ซึ่งมีส่วนทำให้เราเกิดมาแตกต่างกัน แต่อย่าสิ้นหวัง หนทางในการบรรเทาวิบากกรรมนั้นมี ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี เช่น เวลาที่เราทำบุญหรือทำความดีทุกครั้ง นอกจากบุญที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น การใส่บาตร การถือศีล ฯลฯ แล้ว การพูดคุย ช่วยให้ผู้อื่นสบายใจ การสนทนาธรรม การให้ธรรมทาน การร่วมบริจาคหนังสือธรรมะ การชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาชีวิตให้กับผู้สิ้นหวัง การทำความสะอาดห้องพระ การถวายน้ำเปล่าเพียง 1 แก้ว  การร่วมอนุโมทนากับการทำความดีของผู้อื่น โดยการใช้จิตน้อมไปทางบุญคุณ การกวาดใบไม้ ทำความสะอาดห้องน้ำ หรือของส่วนรวม การดูแลคนแก่ เด็ก การที่เรามีจิตใจดีหรือตั้งใจดี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนเป็นกุศล และเป็นบุญทั้งสิ้น.


สนธยา ทิพย์อุตร/รายงาน 

หน้าแรก » ภูมิภาค