วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564 10:15 น.

ภูมิภาค

ไฉไลอาคารตม.ชัยภูมิใหม่ครบเครื่อง ความสะดวกชาวไทย-ต่างประเทศ

วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 20.06 น.

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดชัยภูมิ กำลังก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ไม่แออัด เพื่อเสริมการป้องกัน และลดอัตราความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ใกล้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมให้บริการ และอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชน ชาวจังหวัดชัยภูมิ และชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาทำงาน หรือพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย

 


26 ก.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ริมถนนพญาแล  อ.เมืองชัยภูมิ ข้างอาคารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ กำลังมีการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดชัยภูมิแห่งใหม่ เป็นอาคารขนาดเล็ก 3 ชั้น ก่อสร้างบนที่ดินราชพัสดุ หมายเลขทะเบียน ชย ๖๗๐ (บางส่วน) ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ

 


ในราคา 21 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมืออันทันสมัย ให้สอดคล้องทันกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวก สำหรับให้บริการประชาชนชาวชัยภูมิ และชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำงาน หรือพักพิงในพื้นที่เขตจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะแล้วเสร็จตามกำหนดภายในเดือน พ.ย. ปี 2564

 


ด้านว่าที่ พ.ต.ท.อุกฤษฏ์ ฤทธิรงค์ สว.ตม.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วย นายการุณ ศิริพงศ์ อายุ 56 ปี วิศวกรหัวหน้าช่างผู้ควบคุมงานก่อสร้างโครงการฯ และคณะผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ สถานที่ก่อสร้างอาคารฯ เพื่อตรวจความคืบหน้า การก่อสร้าง บริเวณริมถนนสาย อบจ.-หนองปลาเฒ่า ด้านข้างอาคารหน่วยปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดยกล่าวว่า


ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชัยภูมิ หรือ ตม.จว.ชัยภูมิ ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2562 (งบลงทุน) สำหรับดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการ ตม.จว.ชัยภูมิ พร้อมส่วนประกอบ (เป็นอาคารที่ทำการขนาดเล็ก 3 ชั้น) ตามโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และได้ทำสัญญาว่าจ้าง หจก. โรจน์เจริญทรัพย์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ตามสัญญาจ้างเลขที่ 7/2563

 


ลงวันที่ 28 ก.ย. 2563 วงเงิน 21,240,000.-บาท (ยี่สิบเอ็ดล้านสองแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) ระยะเวลาก่อสร้าง 420 วัน ตั้งแต่ 29 ก.ย. 2563 สิ้นสุดวันที่ 22 พ.ย. 2564 ก่อสร้างบนที่ดินราชพัสดุ หมายเลขทะเบียน ชย ๖๗๐ (บางส่วน) ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ชัยภูมิ

 

ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วประมาณ 60-70% คาดว่าจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดระยะเวลาในสัญญา เดือน พ.ย. 2564 เพื่อใช้แทนอาคารหลังเก่าที่มีความจำกัดเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในตัวอาคาร