วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:21 น.

ภูมิภาค

เจ้าอาวาสควบเก๋งออกวัดกลางดึก พุ่งชนซาเล้งดับคาที่ คาใจรีบระดับไหนถึงไม่ห่มจีวร ตร.จับเจาะเลือดตรวจแอลกอฮอล์

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.53 น.

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านพันห่าวหมู่ 3 ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม ได้มีญาติของพระยศพร อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง อ.เซกา จ.บึงกาฬ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวนายเนตร อายุ 54 ปี ที่ถูกพระยศพรขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนจนเสียชีวิตคาที่ บริเวณทางโค้งระหว่างบ้านดอนแดง-บ้านพันห่าว ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2417 สายนาทม-เซกา เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 69 ที่ผ่านมา โดยมีนายโกวิท ญาณสถิตย์ ผู้ใหญ่บ้านพันห่าวหมู่ 3 พร้อมด้วย นางเพชรา อายุ 47 ปี ภรรยาและญาติๆผู้เสียชีวิตร่วมรับฟังถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น
    

น.ส.พร (นามสมมติ) อายุ 38 ปี เป็นหลานสาวของพระยศพร เปิดเผยว่าการมาครั้งนี้ ไม่ได้รับการแต่งตั้งจากใคร แต่หลังทราบข่าวก็มาแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ส่วนสาเหตุไม่ทราบจริงๆว่า ทำไมพระยศพรถึงขับรถยนต์ออกจากวัดในเวลากลางคืน ก่อนจะมอบเงินสดจำนวน 30,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเป็นการเบื้องต้น
    

โดยนางเพชราเล่าว่าตอนเย็นวันที่ 24 มิย. สามีได้ขับจักรยานยนต์พ่วงข้างยี่ห้อฮอนด้า เวฟไอ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียนหนองคาย ออกจากบ้านเพื่อไปบ้านดอนแดงหมู่ 2 ต.นาทม ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน เนื่องจากมีคนบอกว่าญาติของนายเนตรเสียชีวิต แต่สามีไม่เชื่อเพราะเพิ่งโทรศัพท์คุยกันอยู่เลย จึงบอกเมียว่าจะไปดูว่าจริงไหม ตนจึงทำกับข้าว 3 อย่าง คือ อ่อมเนื้อ หมกไข่ปลา และ หมกปลาร้า รอกินข้าวพร้อมกันอยู่ที่บ้าน 

 

เวลาสองทุ่มกว่าแล้วก็ยังไม่มา จนมีคนมาบอกว่าสามีถูกรถชนที่ทางโค้ง รีบออกจากไปดู ก็พบร่างเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์คู่ชีพ(ซาเล้ง) ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเหมือนจะเป็นลม และก็ไม่ได้คุยกับพระคู่กรณี และตนทราบต่อมาภายหลังว่า เมื่อสามีไปถึงบ้านญาติ พบว่าเสียชีวิตจริง ก็ขับรถซาเล้งกลับบ้าน เพื่อมาบอกกับเมียและจะไปร่วมงานศพ แต่ระหว่างทางประสบอุบัติเหตุก่อน 

 

“วันนี้ญาติฝ่ายพระมาแสดงความเสียใจ แต่ร่างสามีนำไปฝังที่ป่าช้าแล้ว เพราะเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ตามความเชื่อจะไม่นำศพเข้าบ้าน ต้องฝังอย่างน้อย 3-5 ปีถึงจะขุดขึ้นมาฌาปนกิจ แต่ก็ได้นำพระไปสวดเรียกดวงวิญญาณสามีให้ไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่มาอยู่ตรงทางโค้งนี้ พร้อมนำกับข้าวมื้อสุดท้ายที่ทำรอสามีในคืนเหตุเกิดคือ อ่อมเนื้อ หมกไข่ปลา หมกปลาร้า มาเซ่นไหว้ด้วย” นางเพชรา กล่าว.
    

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัด อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งพระยศพรเป็นเจ้าอาวาส แต่ไม่พบใครอยู่แม้แต่คนเดียว กระทั่งมีกรรมการวัดขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้ากุฏิพระยศพร เพื่อต้องการสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอย่างหลังเกิดเหตุพระยศพรไม่ได้ออกบิณฑบาตเลย ซึ่งญาติโยมก็อยากได้ยินจากปากเจ้าอาวาสว่า ทำไมถึงออกจากวัดกลางดึกเช่นนี้
    

ด้านความคืบหน้า พ.ต.อ.นพดล ผลพัฒนา ผกก.สภ.นาทม จ.นครพนม ได้เรียกขอดูสำนวนการสอบสวนจากเจ้าของคดี โดย พ.ต.ท.พันธศิริ พันทคริ รอง ผกก.สอบสวน และ พ.ต.ต.พีระพงษ์ คฤหัสถ์ สว.สอบสวน ชี้แจงว่าหลังเกิดเหตุ พ.ต.ต.วิชัย ศิริวงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าของคดีได้ บันทึกภาพ ทำแผนที่ สถานที่เกิดเหตุพอสังเขป โดยได้นำรถเก๋งและจักรยานยนต์พ่วงข้างมาเก็บรักษาไว้ที่ สภ.นาทม พร้อมประสานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครพนม ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง น่าเสียดายขณะเกิดเหตุกล้องหน้ารถของพระยศพรมืดมาก จึงไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์ แต่ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดของประชาชนที่อยู่ริมถนนสายดังกล่าว บันทึกเหตุการณ์รถเก๋งที่วิ่งมาจาก อ.เซกา ไว้ได้ ซึ่งพระยศพรได้ยื่นประกันตัวออกไป

    
จากนั้น พ.ต.อ.นพดล ผลพัฒนา ผกก.สภ.นาทม เปิดเผยว่าตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยที่กล่าวหาว่าตำรวจไม่ได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พระยศพร ยอมรับว่าเครื่องเป่ามีปัญหาจริง แต่ได้นำตัวพระยศพรไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลนาทม รวมทั้งเลือดของผู้เสียชีวิตด้วย ผลวิทยาศาสตร์ทางแล็บจะออกภายใน 14 วันนี้

    
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่ม วันที่ 24 มิถุนายน 69 พระยศพรอ้างว่าได้ขับรถยนต์เก๋ายี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ทะเบียนบึงกาฬ ออกจากวัดเพื่อจะไปหาพระที่อยู่วัดบ้านโคกพะธายหมู่ 3 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งอยู่ห่างวัดของตนประมาณ 50 กิโลเมตร ระหว่างทางสองฟากถนนมืดมากจึงมองไม่เห็นรถที่แล่นสวนมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว
    
หลังเกิดเหตุชาวบ้านที่ทราบข่าว ได้ไปมุงดูเหตุการณ์ พบพระยศพรไม่ได้ครองผ้าจีวร มีเพียงอังสะกับผ้าสบงเท่านั้น จึงมีคำถามว่าจะรีบร้อนอะไรกันนัก ถึงไม่ห่มจีวรออกวัด รวมทั้งไม่สนใจต่อเหตุการณ์ ไปยืนคุยโทรศัพท์อย่างเดียว ชาวบ้านคาใจว่าการที่พระออกจากวัดในยามวิกาลเช่นนี้ อ้างว่าจะไปหาพระอีกรูปที่อยู่ไกลเกือบ 50 กิโลเมตร มีธุระด่วนมากทำไมไม่คุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นคำถามที่รอคำชี้แจงจากพระยศพร.

หน้าแรก » ภูมิภาค