วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:28 น.

ภูมิภาค

ตำรวจภูธรภาค 3 เอาจริงจัดหนัก! ยุทธการกำแหงสงคราม/1“ปฏิบัติการหักขาม้า”

วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.51 น.

นครราชสีมา วันนี้ (10 ต.ค.2565) ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครรชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พร้อมด้วยพล.ต.ต.คีรีศักดิ์ จันตินวะขัย รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สายเพชน ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ชูศักดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบภ.สส.ภ.3 และพล.ต.ต.อทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.นครรสชวีมา พร้อมชุดสืบสวน ตร.ภ.3 แถลงข่าวการเปิดยุทธการกำแหงสงคราม ปฏิบัติการหักขาม้า ตามนโยบายของรัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปราม กลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะกลุ่มแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ที่หลอกลวงประชาชนทั่วประเทศ

 

     
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.จึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) ซึ่งมี พล..อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตรเป็นหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (หน.ศปอส.ตร.) ซึ่งได้สั่งการให้ทำ การสืบสวนสอบสวนและปราบปราบกลุ่มองค์กรอาชญากรรมกลุ่มแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ที่กระทำ ความผิดส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย


ด้วยในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 มีประชาชนที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ช่องทาง ดังกล่าวในการหลอกลวงหรือทำกลอุบายฉ้อโกงในหลายลักษณะรูปแบบ ทำให้ประชาชนที่หลงเชื่อ ได้รับความเสียหายมีเป็นจำนวนมากและสร้างความเสียหายมูลค่าที่สูง พลตทสมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.ภ.3 จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3./ผอ.ศปส.ภ.3, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ รอดนวล ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.สิทธิชัย ธัญญาบาล ผกก. สส.2 บก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.สุกาญจน์ นิลอ่อน ผกก.สส3 บก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก. วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.3/ หน.ชุดปฏิบัติการฯ ศปอส.ภ.3, พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เปรมกมล ผกก.เมือง นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกันออกทำการสืบสวนและปราบปราบ กลุ่มองค์กรอาชญากรรมกลุ่มแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ที่กระทำความผิดส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบพบว่า มีกลุ่มคนร้ายหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิตอล หรือเหรียญคริปโตสกุลต่างๆ โดยใช้แอพพลิเคชั่น “Coinbasepp” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

 


ซึ่งมีประชาชนตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายแอพพลิเคชั่นดังกล่าวอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีคดีที่น่าสนใจ เกิดขึ้นนเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ดังนี้

      
โดยทาง สภ.เมืองนครราชสีมา เหตุเกิด เมื่อวันที่ 21- 27 พฤษภาคม 2555 หลอกให้ลงทุนซื้อเหรียญคริป โตสกุลต่างๆ ความเสียหาย 888,786.65 บาท มีการออกหมายจับ จำนวน 6 หมาย (จับกุม 4 หมาย) จากการสืบสวนขยายผลกรณี นายพรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ได้ถูกแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ หลอกลวง โดยชักชวนให้ลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิตอลหรือเหรียญคริปโตสกุลต่างๆ ในแอพพลิเคชั่น “Coinbasepp” (ซึ่งคนร้ายสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการหลอกลวงประชาชน) โดยให้ผู้เสียหายใต้ลงเชื่อ โอนเงินซื้อเหรียญในแอพพลิเคชั่นดังกล่าวไปยังบัญชีของคนร้ายรวมเป็นเงินจำนวน 871,542.69 บาท เมื่อผู้เสียหายจะทำการถอนเงินออกจากระบบแต่กลับไม่สามารถถอนเงินจากระบบได้ และแอพพลิเคชั่น ดังกล่าวจะปิดระบบหนีไป

 


จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของคนร้ายพบว่า ได้มีการโอนเงินดังกล่าวไปยังบัญชีม้าอื่นๆ อีกหลายบัญชีเป็นเวลาต่อเนื่องกันภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที โดยเหตุที่มีการโอนเงินต่อเนื่องกัน ของคนร้ายนั้นเพื่อให้เกิดการทำธุรกรรมที่สลับซับซ้อนยากในการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนติดตาม จึงได้มีการดำเนินคดีและออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


1. เจ้าของบัญชีทั้งหมดที่มีการรับโอนเงินเป็นทอดๆ จำนวน 3 ราย เป็นชายชาวไทย ใหญ่ 1 คน, หญิงคนจังหวัดลพบุรี 1 คน หญิงคนจังหวัดหนองคาย 1 คน (จับกุม 1 หมาย) ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

 


2. ผู้ที่จัดหาว่าจ้างในการให้ผู้อื่นเปิดบัญชี จำนวน 3 ราย เป็นชายคนจังหวัดตาก 1 คน ชายคนจังหวัดเชียงราย, หญิงคนจังหวัดอ่างทอง (จับกุมแล้ว) ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน"


3. ส่วน กลุ่มคนร้ายที่ท่าหน้าที่ฟอกเงิน บริษัท และ เจ้าของร้านขายเหรียญดิจิตอล ที่ทำหน้าที่ฟอกเงิน โดยการนำเงินที่ได้จากกลุ่มคนร้ายไปเปลี่ยนเป็นสินค้า หรือแปลงสภาพ เจ้าหน้าที่ ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะได้ มีดำเนินการร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการสืบทรัพย์ ยึดทรัพย์ ดำเนินคดีทางแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดเพื่อเยียวยาคืนให้แก่ผู้เสียหายและเพื่อให้ ทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค