วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 02:21 น.

ภูมิภาค

เลือกตั้ง อบจ.นครพนมเดือดปุดๆ “หมอสงค์”ยันเอาจริง สาธุพวกดูถูกว่าแก่

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.22 น.

นางสาวพิมล โพนทราย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครพนม (ผอ.สนง.กกต.จว.นครพนม) ได้สรุปจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) จำนวน 248 คน  (ยอดรวมทั่วประเทศ 6,815 คน) และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) จำนวน 8 คน (ยอดรวมทั้งประเทศ 192 คน)  หลังเปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยจะมีการเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

 


ซึ่งผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติม ว่า  จังหวัดที่มีผู้รับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.มากที่สุด  คือ (1. สงขลา 9 คน (2. จำนวน 8 คน ได้แก่ นครพนม และ ศรีสะเกษ (3. จำนวน 6 คน คือ มหาสารคาม สระบุรี สุราษฎร์ธานี หนองบัวลำภู และ อำนาจเจริญ ส่วนจังหวัดที่มีผู้สมัคร ส.อบจ. มากที่สุด ได้แก่ (1. ศรีสะเกษ 289 คน (2. นครพนม 248 คน และ (3. สกลนคร 198 คน โดยมีจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง ส.อบจ. และ นายก อบจ. จำนวน 47 จังหวัด นอกนี้มีการเลือกตั้งเฉพาะ ส.อบจ. รวม 29 จังหวัด  ทั้งนี้จังหวัดที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.น้อยที่สุดเพียง 1 คนเท่านั้น คือ สิงห์บุรี ขณะที่จังหวัดที่มีผู้สมัครเพียง 2 คน คือ นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และ สมุทรสาคร
สำหรับ จ.นครพนม มีผู้สมัครนายก อบจ.ฯ ทั้งสิ้น 8 คน ส่วนที่ชิงเข้าป้ายจริงๆมีเพียง 3 คน คือ เบอร์ 2 นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ อดีตนายก อบจ.นครพนม สมัยที่ผ่านมา เบอร์ 3 นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีต สส.นครพนม 14 สมัย ทั้งยังเป็น รมต.หลายกระทรวง และ เบอร์ 8 นายอนุชิต หงษาดี เด็กในคาถาของ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และ สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย


เมื่อเทียบกระแสความแรงต้องยกให้ นายอนุชิต หงษาดี ผู้สมัครนายก อบจ.ฯ หมายเลข 8 หัวหน้าทีมฮักนครพนม แม้จะไม่ได้เผยแพร่ผลงานที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน อาศัยพรรคเพื่อไทยสนับสนุนผลักดันเต็มที่ ก็กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเหนือเบอร์อื่นๆทันที ยิ่งได้สรรพกำลังจากพรรค ส่งส่วนหน้าอย่างนางสาวจิราพร สินธุไพร รมต.คนสวยประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปราศรัยข่มขวัญคู่ต่อสู้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา ยิ่งเพิ่มความฮึกเหิมให้กับทีมฮักนครพนมของนายอนุชิตเป็นอย่างมาก

 


และเพื่อยืนยันว่าพรรคเพื่อไทย มีฐานคะแนนนิยมสูงสุดใน จ.นครพนม ทั้งเชื่อมั่นว่าเอาใครมาลงก็ชนะแน่นอน ลุงโทนี่หรือนายทักษิณ ชินวัตร คนเคยป่วยด้วยโรคกระดูกคอเสื่อม และเส้นเอ็นแขนเปื่อยยุ่ย ก็เตรียมลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายอนุชิต ถ้ากำหนดการไม่เปลี่ยนแปลงคือวันที่ 12 มกราคม 68 ที่จะถึงนี้ คาดจะมีแฟนคลับแห่มาต้อนรับอย่างหนาแน่น เหมือนในหลายจังหวัดที่ลุงโทนี่ไปหาเสียงช่วยผู้สมัคร


ในขณะเดียวกัน นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ฯ หมายเลข 3 ได้กล่าวเมื่อครั้ง กกต.นครพนม อบรมให้ความรู้ที่เท่าทันในการกระทำผิดทางการเมือง ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ว่า อยากให้ กกต.นครพนม เปิดดีเบตผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม เพื่อให้ผู้สมัครทั้ง 8 คน ได้ใช้เป็นเวทีแสดงวิสัยทัศน์  รวมถึงแจงผลงานก่อนหน้านี้ว่ามีอะไรบ้าง และนโยบายที่ต้องลงมือทำ หากได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครพนม  ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นแนวทาง พิจารณาเลือกนายก อบจ.นครพนม

 


ทางด้าน นางสาวพิมล โพนทราย ผอ.สนง.กกต.นครพนม กล่าวถึงถึงประเด็นดังกล่าวว่า การดีเบตขึ้นอยู่ว่าผู้สมัครนายก อบจ.ฯ จะตอบรับหรือไม่ เป็นความสมัครใจของแต่ละคน และอยู่นอกเหนือข้อบังคับของการเลือกตั้ง แต่ถ้าผู้สมัครฯแต่ละเบอร์ต้องการดีเบต กกต.นครพนมก็พร้อมเปิดเวทีนี้ให้ ซึ่งผู้สมัครนายก อบจ.ฯ สามารถยื่นความประสงค์ไปทาง กกต.นครพนม ได้เลย


พร้อมกันนี้ นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม หมายเลข 3 ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าว กรณีการลงสมัครครั้งนี้ มีนัยยะอะไรหรือไม่ เพราะต่างเป็นที่ทราบกันดี ว่า คุณหมอประสงค์เป็นพ่อบุญธรรมของนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และ สส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ซึ่งหมอสงค์ยืนยันหนักแน่นว่า ที่ผ่านมาตนได้ผลักดันหลานสาวคนนี้เป็นทั้งนายก อบจ.นครพนม และ สส.นครพนม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะไม่ขอพูดอะไรอีก แม้บนเวทีการหาเสียง อบจ.นครพนมของพรรคเพื่อไทย ชอบพูดปรามาสว่าตนแก่แล้ว อายุจะใกล้ 90 ปีเพียงอีกไม่กี่วัน “ก็ยกมือสาธุๆให้คนที่พูดมีอายุยืนเท่าผมก็แล้วกันนะ”

 


นอกจากนี้ยังมีผู้เป็นสมาชิกในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เปิดเผยว่า จ.นครพนม มี 99 ตำบล 12 อำเภอ มี 1 อบจ. 22 เทศบาล 81 อบต. ทั้งนี้จังหวัดมีโปรแกรมประชุมประจำเดือนกับหน่วยงานต่างๆ  ซึ่งเป็นการหารือในวงกว้างทุกมิติ เพื่อนำเรื่องที่รับทราบในที่ประชุมไปพัฒนา ต่อยอด หรือ แก้ไข ปรับปรุงในหน่วยงานหรือชุมชนนั้นๆของตน  ดังนั้นผู้นำท้องถิ่นแต่ละแห่งจะเข้าประชุมเสมอ ยกเว้นบางคนที่ไม่ให้ความสำคัญ และไม่เคยมีส่วนร่วมเลยแม้แต่ครั้งเดียว จู่ๆก็มีชื่อโผล่มาเสนอตัวรับใช้พี่น้องประชาชนชาว จ.นครพนม เป็นพวกมะม่วงบ่มแก๊ส ไม่มีผลงานอะไร จะเป็นได้แค่เพียงร่างทรงของคนบางกลุ่มเท่านั้น

 


สำหรับบรรยากาศการหาเสียงของ นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ หรือน้องขวัญ ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม หมายเลข 2 หัวหน้าทีมนครพนมร่วมใจ ยังคงใช้วิธีเดินเท้าหาเสียง ตามสโลแกนที่มีมาแต่เดิม ตั้งแต่เป็นนายก อบจ.นครพนม ครั้งที่ผ่านมา ว่า “ไปทุกที่ที่มีประชาชน และ ต้องทำทันทีเพราะปัญหาของประชาชนรอไม่ได้” พร้อมกล่าวถึงผลงานที่ทำให้กับพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน วัยกลางคน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพ และพื้นที่การเกษตร ตลอดจนปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน เป็นผลงานที่จับต้องได้ เพราะทำแล้วและจะทำต่อไป พร้อมแนะนำตัวผู้สมัคร ส.อบจ.นครพนม ที่ได้เบอร์ 2 เหมือนกันทั้ง 30 เขตเลือกตั้ง


โดย นางสาว ศุภพานี โพธิ์สุ หรือน้องขวัญ หัวหน้าทีมนครพนมร่วมใจ ย้ำกับผู้รับฟังการปราศรัยว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 68 เข้าคูหากาเบอร์ 2 ทั้งสองใบ เพราะเป็นทั้งเบอร์ผู้สมัครนายก อบจ.ฯ และ ส.อบจ.นครพนม ทีมนครพนมร่วมใจ

 

หน้าแรก » ภูมิภาค