วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568 02:07 น.

ภูมิภาค

ไทย-กัมพูชา ประชุม RBC สมัยวิสามัญที่ช่องสะงำ เห็นชอบ 11 ข้อร่วม ย้ำลดความตึงเครียดชายแดน

วันพุธ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ด่านถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) สมัยวิสามัญ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ราชอาณาจักรไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และ พลเอก โปว เฮง รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ร่วมเป็นประธาน

 

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่เข้มงวด ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์หรือบันทึกภาพ โดยภายหลังการหารือ พลโท บุญสิน พาดกลาง ได้แถลงว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพูดคุย เพิ่มความเชื่อมั่น ลดความตึงเครียด และรักษาสันติภาพตามแนวชายแดน โดยใช้กลไกสันติวิธีและหลีกเลี่ยงการปะทะบนพื้นฐานของความเป็นมิตรและความสามัคคี

 

ที่ประชุมได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 11 ประการ ได้แก่ 1. ทั้งสองฝ่ายย้ำความมุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงจากการประชุมพิเศษเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 2. ทั้งสองฝ่ายจะดำรงการสื่อสารระหว่างกองทัพ ภูมิภาคทหาร และหน่วยต่าง ๆ ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี หลีกเลี่ยงการปะทะ และเพิ่มการสื่อสารทุกระดับเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจ 3. ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นที่จะงดเว้นจากการเผยแพร่ข่าวเท็จหรือข่าวปลอม อันจะช่วยลดความตึงเครียดและบรรเทาความรู้สึกด้านลบของสาธารณชน พร้อมหามาตรการปฏิบัติจริงเพื่อส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา

 

4. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ขยายขอบเขตหรือระดับของความขัดแย้ง รวมถึงการยั่วยุ ไม่ว่าจะโดยฝ่ายทหารหรือพลเรือน เช่น คำปราศรัยปลุกปั่น หรือการรุกล้ำทางทหาร ภายหลังการหยุดยิงที่เริ่มเมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 5. การลาดตระเวน การก่อสร้าง หรือการเสริมความมั่นคงสามารถดำเนินการได้ หากไม่เป็นการรุกราน และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิงที่ตกลงกันในการประชุมพิเศษเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ปุตราจายา และการประชุม GBC เมื่อ 7 สิงหาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 6. ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำพัฒนาการเชิงบวกและความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ เพื่อมุ่งสู่การกลับคืนสู่ภาวะปกติ 7. ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสำคัญของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และเห็นชอบให้นำเข้าสู่การประชุม GBC ในโอกาสอันใกล้

 

8. เห็นชอบในหลักการจัดตั้ง ชุดประสานงาน (Coordinating Group : CG) เพื่อสร้างการสื่อสารในทุกระดับ รวมถึงผู้บังคับบัญชา หน่วยงานประสานงานชายแดน และหน่วยปฏิบัติการ โดยในระหว่างรอการจัดตั้ง CG ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยชายแดนพบปะหารือกันทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสม 9. ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะร่วมมือในการปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และการลักลอบค้าอาวุธ โดยใช้กรอบความร่วมมือที่มีอยู่และนำเข้าสู่การประชุม GBC 10. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้ตอบสนองต่อข้อพิพาทตามแนวชายแดนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หากแก้ไขไม่ได้ในระดับ RBC ให้เสนอเข้าสู่การประชุม GBC หรือกลไกอื่นตามที่เห็นชอบร่วมกัน 11. กำหนดจัดการประชุม RBC ครั้งต่อไปภายใน 1 เดือนหลังจากการประชุมครั้งนี้ โดยมีประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

 

ทั้งนี้ จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ชายแดน ต่างคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำมาซึ่งบรรยากาศที่ดีต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และอยากเห็นการเปิดด่านช่องสะงำโดยเร็ว แม้จะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายมองว่ายังไม่ง่ายนัก แต่การปิดด่านมาเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้านอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ เช่น แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวรายหนึ่งเผยว่า เดิมเคยมีรายได้วันละกว่า 3,000 บาท แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงวันละ 1,000 บาทเท่านั้น

หน้าแรก » ภูมิภาค