วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569 06:07 น.

ภูมิภาค

เชียงรายเดือด! ดีเบตโค้งสุดท้าย งัดวิสัยทัศน์แก้ฝุ่น–มลพิษข้ามแดน

วันจันทร์ ที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.03 น.

เชียงราย – โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. ได้มีการจัดเวทีดีเบตภายใต้หัวข้อ “เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่ ไปต่อ” ณ ลานกิจกรรมริมน้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้ร่วมเวที 4 คน จากหลากหลายพรรคการเมือง และมีประชาชนพร้อมกองเชียร์เข้าร่วมรับฟังประมาณ 150 คน

ผู้ร่วมเวทีดีเบตประกอบด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน นายเอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคกล้าธรรม เขต 3 จังหวัดเชียงราย และนายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

 

 

ช่วงแรกของการดีเบตเป็นการตอบคำถามด้าน มลพิษข้ามพรมแดนและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ตั้งคำถามประกอบด้วย นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ นางเพียรพร ใจดีเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ มูลนิธิแม่น้ำนานาชาติ และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม

นายเอกภพ เพียรพิเศษ ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะตรวจสอบแหล่งที่มาของมลพิษอย่างจริงจัง ผลักดันความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในห่วงโซ่การผลิต พร้อมเสนอการออกกฎหมายคุ้มครองคนไทยจากผลกระทบมลพิษข้ามพรมแดน ผ่านร่างพระราชบัญญัติความรับผิดจากมลพิษข้ามพรมแดน โดยย้ำว่าบุคคลที่ตนเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำมากที่สุดคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล

นายกัณวีร์ สืบแสง กล่าวว่า ปัญหาชายแดนถูกละเลยมาอย่างยาวนาน ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวกำลังเผชิญวิกฤหลายมิติ พรรคพลวัตจึงเสนอให้ไทยปรับจุดยืนทางการทูต กล้าเจรจากับประเทศต้นเหตุอย่างจีนและเมียนมาอย่างตรงไปตรงมา พร้อมระบุว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) การขุดและส่งออกแร่แรร์เอิร์ธที่ไทยทำร่วมกับสหรัฐ และผลักดันการปิดเหมือง

 


น.ส.พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า การแก้ปัญหาเหมืองแร่ต้องอาศัยกรอบความร่วมมือในลุ่มน้ำโขง ดึง 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมาร่วมกันแก้ไข พร้อมเสนอให้เพิ่มพิกัดภาษีศุลกากรเพื่อควบคุมการนำเข้าแร่ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชี้ว่าผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นประชาชนหาเช้ากินค่ำที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม

ด้านนายวิกรม เตชะธีราวัฒน์ ระบุว่า หากพรรคกล้าธรรมได้เป็นรัฐบาล จะตั้งศูนย์อำนวยการหรือวอร์รูมขนาดใหญ่ในภาคเหนือ บูรณาการทุกหน่วยงาน ตรวจสอบคุณภาพน้ำและอากาศแบบเรียลไทม์ พร้อมดูแลประชาชนด้วยการจัดหาน้ำสะอาด ตรวจสุขภาพ และรักษาพยาบาลฟรี โดยย้ำว่าพรรคเป็นพรรคที่ “ทำมากกว่าพูด”

 

 

ในประเด็น ฝุ่น PM2.5 น.ส.พรรณิการ์ ตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลจะประกาศไม่รับซื้อข้าวโพดจากการเผา แต่ในทางปฏิบัติยังมีการนำเข้า พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อให้ผู้ก่อมลพิษรอดพ้นความรับผิด โดยเสนอให้ติดตามย้อนกลับแหล่งที่มาของข้าวโพดผ่านกลไกกระทรวงพาณิชย์

นายเอกภพ กล่าวว่า ปัญหา PM2.5 ได้รับความสนใจจริงจังเมื่อคนกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบ ขณะที่ประชาชนในต่างจังหวัดเผชิญปัญหามานาน พร้อมระบุว่าเชียงรายเป็นจังหวัดที่ควบคุมจุดเผาได้เข้มแข็ง และทุกจังหวัดควรใช้มาตรการเดียวกัน

 

 

นายวิกรม ระบุว่า ฝุ่นส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน พรรคกล้าธรรมจะใช้การทูตเชิงรุก หากไม่ได้รับความร่วมมือ จะพิจารณามาตรการกดดันด้านพลังงาน ขณะที่นายกัณวีร์ เห็นว่าการแก้ปัญหาต้องเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ใช้การทูตเชิงรุก และแสดงบทบาทผู้นำของไทยในเวทีระหว่างประเทศ
ในหัวข้อ ภัยพิบัติและอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้ร่วมเวทีเห็นตรงกันว่าต้องอาศัยการบูรณาการหน่วยงาน การกระจายอำนาจ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่าพื้นที่ชายแดนอย่างจังหวัดเชียงรายต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค