วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:03 น.

ภูมิภาค

แม่ลูกเรือ "มยุรีนารี" เปิดใจนาทีบีบหัวใจ 6 ชม. นั่งเฝ้าหน้าจอร้องไห้คนเดียวห่วงลูกเป็นอันตราย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.30 น.

สืบเนื่อง เรือบรรทุกสินค้า สัญชาติทย ชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ โดยถูกโจมตีในขณะเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เรือลำดังกล่าวได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อเวลา 03.00 น.ในวันเดียวกัน เพื่อมุ่งหน้าท่าเรือกัณฑลา ประเทศอินเดีย Kandla, India แต่ได้ถูกอาวุธไม่ทราบฝ่าย ยิงบริเวณห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือทำให้สูญเสียการควบคุม กัปตันจำเป็นต้องสละเรือ

โดยกองเรือโอมาน ได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือแล้วจำนวน 20 คนจากทั้งหมด 23 คน และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน เพื่อดูแลความปลอดภัย ขณะเดียวกันกำลังอยู่ในระหว่างช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ยังตกค้างภายในเรือ ที่ลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเลอาหรับ

ในเบื้องต้นลูกเรือทั้ง 23 คนเป็นคนไทย ส่วนมากมีภูมิลำเนาอยู่ภาคอีสาน หนึ่งในจำนวนนั้นมีนายชัยวัฒน์ สิทธนุ หรือเอเปค อายุ 24 ปี เป็นชาวจังหวัดนครพนม ที่ได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของประเทศโอมานดูแลเป็นอย่างดี

ล่าสุด วันที่ 12 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 66 หมู่ 4 บ้านคับพวง ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หน้าโรงเรียนบ้านคับพวง ริมถนนทางหลวงชนบท 3015 สายหว้านใหญ่-น้ำก่ำ ได้พบกับนางสมบูรณ์ พลนารี อายุ 74 ปี ผู้เป็นยาย ได้เปิดเผยว่าเพิ่งทราบข่าวหลานชายเมื่อเช้าวันนี้เอง เพราะแม่น้องเอเปคไม่ได้เล่าให้ฟัง ด้วยเกรงว่ายายจะช็อก เขาติดตามข่าวจนแน่ใจว่าน้องเอเปคปลอดภัยดีถึงมาเล่าให้ฟัง ซึ่งตนก็ไม่อยากให้หลานเป็นอะไร ได้จัดขันธ์ 5 ดอกไม้ ธูป เทียน กล่าวอธิษฐานขอความศักดิ์สิทธิ์องค์พระธาตุพนมคุ้มครอง และบนบานกับหลักบ้านคือศาลพ่อปู่ ซึ่งอยู่ภายในวัดโพธิ์ชัย ตามคติความเชื่อของคนในชุมชน

ขณะเดียวกันนางสาวสุธารัตน์ บุตรหาญ หรือแอน อายุ 40 ปี แม่น้องเอเปคได้กลับมาจากตลาดนัดไทยลาวในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม เพื่อซื้อหาวัตถุดิบมาเปิดร้านลาบ ก้อย ส้มตำอยู่หน้าบ้าน หลังทราบวัตถุประสงค์ก็เปิดเผยว่า รู้ข่าวทีแรกในสื่อออนไลน์ เมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง ว่า เรือสินค้าไทยถูกยิงที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นึกถึงลูกชายทันที เพราะเขาไปทำงานเป็นลูกเรือเดินสินค้าทางทะเลที่ประเทศศรีลังกา ผ่านกรมการจัดหางานถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทักเฟซบุ๊กเขาแล้วไม่มีการอ่าน ยิ่งทำให้กระวนกระวายใจ

ยิ่งรู้ว่าเรือที่ถูกยิงชื่อมยุรี นารี (Mayuree Naree) ตนถึงกับนั่งร้องไห้คนเดียวอยู่หน้าบ้าน โดยไม่ยอมเล่าให้แม่ฟัง สิ่งแรกที่คิดถึงคือองค์พระธาตุพนม ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำกินข้าวไม่ลง ห่วงลูกชายจะเกิดอันตราย กระทั่งเวลาเกือบสามทุ่ม เฟซบุ๊กของตนก็เด้งขึ้นมา เป็นลูกชายที่ทักมาหา เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง น้ำตาแห่งความปิติมันพรั่งพรูออกมาทันที รู้ว่าลูกได้รับการช่วยเหลือ โดยทางการโอมานนำตัวไปพักที่โรงแรม ถึงมาเล่าให้แม่ฟัง

“สิ่งแรกที่ทำเมื่อเจอหน้าน้องเอเปคคือ วิ่งเข้าไปกอดและหอมคะ..ฯ” น.ส.สุธารัตน์ บุตร หาญ หรือแอน กล่าว.

โดยนายชัยวัฒน์ สิทธนู หรือเอเปค สมัครไปทำงานเป็นลูกเรืออยู่ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มีคนไทยเชื้อสายอินเดียเป็นเจ้าของ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท ได้ออกเดินเรือได้เกือบ 9 เดือน และเมื่อครบ 9 เดือนก็จะกลับมาจอดที่ประเทศไทย เพื่อให้ลูกเรือได้กลับบ้านพักผ่อน แต่ถูกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงโจมตีเรือจนเสียหาย และยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือคนไทยที่อยู่ในห้องเครื่องท้ายเรือ
 

หน้าแรก » ภูมิภาค