วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 10:19 น.

ภูมิภาค

อุบัติเหตุซ้ำซ้อนจุดเดียว เช้าหญิงดูรถเข้าคิวเติมน้ำมันเพลิน เกี่ยว จยย.ล้มหัวฟาดถนนดับ บ่ายกระบะเลี้ยวเข้าปั๊มจยย.พุ่งชนสาหัส

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.27 น.

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 07.30 น. ร.ต.อ.ชนุตร์ ภูเทียมศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสั่งการทางการแพทย์ สายด่วน 1669 ว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานเฉี่ยวชนกัน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนฝั่งขาเข้าเมือง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายสกลนคร-นครพนม หน้าสถานีบริการน้ำมัน บ้านโคกทรายคำ หมู่ 8 ต.นาทราย อ.เมืองนครพนม จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลนครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนมจุดเมือง และ กู้ภัยศรีสัตตนครพนม

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 สีแดง และ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 สีน้ำเงิน พลิกคว่ำอยู่ไหล่ทาง โดยมีร่างผู้เสียชีวิตนอนทับกลางเส้นจราจร ทราบต่อมาว่าชื่อนางพัฒน์ อายุ 42 ปี ชาว ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม สภาพศีรษะกระแทกพื้นถนน เป็นเหตุให้คอหัก โดยมีถุงหิ้วผ้าสีน้ำเงิน ภายในใส่กระติ๊บข้าวเหนียวพร้อมกับข้าว หล่นอยู่ใกล้กับหมวกกันน็อกของผู้เสียชีวิต ส่วนคู่กรณีคือนายกุมารเเก้ว อายุ 58 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายกุมารแก้วทำงานอยู่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.นครพนม จำกัด หรือ สกต.นครพนม ซึ่งอยู่ห่างจากจากที่เกิดเหตุประมาณ 40 เมตร ส่วนนางพัฒน์ทำงานอยู่ในตัวเมืองนครพนม โดยจะขับรถจักรยานยนต์คู่ชีพจากบ้านกุคุรุมาทำงานทุกวัน รวมระยะทางไปกลับประมาณ 60 กิโลเมตร

ก่อนเกิดเหตสลดเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน คนที่ทำงานอยู่ในเขตเมือง ต้องขับรถส่วนตัวเข้าที่ทำงานก่อนเวลา 08.00 น. นายกุมารแก้วซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน ได้ขับจักรยานยนต์ออกจากบ้าน พอใกล้ถึงทางเข้า สกต.นครพนม ซึ่งอยู่เยื้องๆกับปั๊มน้ำมันบ้านโคกทรายคำ ก็ชะลอรถเตรียมเลี้ยวเข้าที่ทำงาน ขณะเดียวกันนางพัฒน์ก็ขับรถจักรยานยนต์ตามหลังมาติดๆ แต่พอถึงปั๊มน้ำมันฝั่งขาออกเมือง เห็นมีรถยนต์เรียงคิวเข้าเติมน้ำมันจำนวนมาก จึงเหลียวดูปริมาณรถยนต์เพลิน เป็นจังหวะที่นายกุมารแก้วชะลอรถพอดี ทำให้รถนางพัฒน์พุ่งชนท้ายแล้วเกี่ยวกันพลิกคว่ำทั้งสองคัน แม้นางพัฒน์จะสวมหมวกนิรภัย แต่ไม่ได้ใช้สายรัดคาง ทำให้หมวกกันน็อกหลุดจากศีรษะ หัวฟาดพื้นถนนคอหักเสียชีวิตคาที่

ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ได้มีพ่อ ลูกสาวพร้อมสามี รวมทั้งเพื่อนในที่ทำงานของนางพัฒน์ หลังทราบข่าวก็เดินทางมาดูศพ โดยผู้เป็นพ่อพอเห็นร่างลูกสาวถึงเข่าทรุดร่ำไห้ ญาติต้องช่วยกันพยุงไว้ ส่วนลูกสาวนางพัฒน์ก็ทรุดลงนั่งร้องไห้ข้างศพ โดยมีสามีคอยปลอบใจตลอดเวลา

ส่วนสาเหตุพนักงานสอบสวนจะเชิญคู่กรณีมาสอบปากคำอีกครั้ง โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นประกอบสำนวน

เวลาผ่านไปประมาณ 5 ชั่วโมง ก็เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน บริเวณทางเข้าปั๊มน้ำมัน บ้านโคกทรายคำ หมู่ 8 ต.นาทราย ซึ่งตรงข้ามกับที่เกิดเหตุตอนเช้าพอดี เมื่อนายทิวา (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ชาว ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ขับรถยนต์กระบะ แค็บ มิตซูบิชิ สีขาว จะเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าปั๊มเติมน้ำมัน เป็นจังหวะเดียวกันที่นางสาวชนากานต์ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ทำงานอยู่ท่าอากาศยานนครพนม ซึ่งขับรถจักรยานยนต์ชิดไหล่ทางซ้ายอย่างถูกกฎจราจร แต่นายทิวามองกระจกข้างไม่เห็น จึงเลี้ยวอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้นางสาวชนากานต์พุ่งชนอย่างจัง แต่รถยนต์ไม่ได้หยุดทันที ได้ลากร่างนางสาวชนากานต์ที่ติดอยู่ใต้ท้องรถไปอีกเกือบ 20 เมตร  ทำให้ได้บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยศรีสัต รีบนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.นครพนม ขณะรายงานข่าวอาการเป็นตายเท่ากัน.

หน้าแรก » ภูมิภาค