วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:37 น.

ภูมิภาค

เดือด! ดราม่าตัด "ต้นตาลดาบวิชัย" ขยายถนน สั่งชะลอโครงการหาจุดสมดุลพัฒนา–อนุรักษ์

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.26 น.

ประเด็นร้อนในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณีการตัดต้นตาลริมถนนสาย ตำบลตูม – อำเภอปรางค์กู่ (ทางหลวงชนบทหมายเลข ทช.3013) เพื่อดำเนินโครงการขยายถนนของกรมทางหลวงชนบท ซึ่งส่งผลกระทบต่อ “ต้นตาล” อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของชุมชน และชาวจังหวัดศรีสะเกษ จนเกิดเสียงคัดค้านจากประชาชนบางส่วน และนำไปสู่การสั่งชะลอโครงการชั่วคราวเพื่อทบทวนแนวทางดำเนินงาน

โดย ต้นตาลที่เรียงรายอยู่สองข้างทางสายดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงพืชพันธุ์ธรรมดา หากแต่มีความหมายลึกซึ้งต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยมีจุดเริ่มต้นจาก “ดาบวิชัย” ร้อยตำรวจตรี วิชัย สุริยุทธ ฉายา “คนบ้าปลูกต้นไม้”ที่ได้ริเริ่มปลูกต้นตาลไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ในช่วงที่พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความชุ่มชื้น และเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนในระยะยาว กาลเวลาผ่านไป ต้นตาลเหล่านี้เติบโตกลายเป็นภาพจำของถนนสายสำคัญ เชื่อมระหว่างอำเภอปรางค์กู่และอำเภออุทุมพรพิสัย จนชาวบ้านร่วมกันเรียกขานว่า “ถนนต้นตาล” ซึ่งไม่เพียงสะท้อนถึงภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังแฝงไว้ด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความผูกพันของคนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้นไม้จำนวนมากอยู่ชิดไหล่ทาง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงและขยายถนนสายดังกล่าว โดยมีแผนเพิ่มผิวจราจรข้างละ 2 เมตร ครอบคลุมระยะทางรวม 1.2 กิโลเมตร ช่วงกิโลเมตรที่ 21+300 ถึง 22+500 และกำหนดระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 3 เดือน ภายใต้แผนพัฒนารูปแบบการขยายถนนประจำปี 2569

“นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ออกมาแสดงจุดยืน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ชะลอการตัดต้นตาลทันที” และทบทวนแนวทางดำเนินโครงการใหม่ โดยเสนอให้ใช้วิธี “ย้ายต้นตาล” ออกจากแนวก่อสร้างแทนการโค่นทิ้ง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่ในระหว่างการดำเนินงาน มีการตัดต้นตาลไปแล้วประมาณ 50 ต้น ส่งผลให้เกิดกระแสคัดค้านจากประชาชนบางส่วน ที่มองว่าการตัดต้นไม้ดังกล่าวเป็นการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชุมชน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับโครงการ โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยและความสะดวกในการสัญจร

นายไพวรรณ์ เขียวอ่อน วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สำหรับต้นตาลที่ถูกตัดไปแล้วจำนวน 50 ต้น จะมีการนำมาทดลองชำเพื่อฟื้นฟูให้สามารถเจริญเติบโตได้อีกครั้ง ส่วนต้นที่ยังไม่ได้ดำเนินการ จะพิจารณาใช้วิธีล้อมย้ายออกจากแนวก่อสร้าง เพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดเวทีประชาคมในพื้นที่ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางแก้ไข โดยยอมรับว่าปัจจุบันความคิดเห็นของประชาชนแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน คือ กลุ่มที่สนับสนุนการขยายถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และกลุ่มที่ต้องการอนุรักษ์ต้นตาลไว้ในฐานะมรดกของชุมชน

ขณะนี้ได้หยุดดำเนินการตัดต้นตาลเป็นการชั่วคราวแล้ว และอยู่ระหว่างการประสานกับผู้รับเหมา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีความจำเป็นในเชิงวิศวกรรมและความปลอดภัย เนื่องจากต้นไม้ที่ปลูกอยู่ชิดไหล่ทางอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องจอดรถฉุกเฉิน ในท้ายที่สุด ทางออกของปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือก “พัฒนา” หรือ “อนุรักษ์” เพียงด้านใดด้านหนึ่ง หากแต่อยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างทั้งสองให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ถนนสายนี้ยังคงเป็นทั้ง “เส้นทางแห่งความปลอดภัย” และ “เส้นทางแห่งความทรงจำ” ของชาว ศรีสะเกษ ต่อไปในอนาคต/

หน้าแรก » ภูมิภาค