วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:58 น.

ภูมิภาค

หวั่นปะทะรอบ 3 ! ชาวบ้านชายแดนขายวัว-ควายสมบัติจากพ่อแม่ขายหาเงินรออพยพ

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.05 น.

เมื่อเวลา 06.00 วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดนัดโคกระบือ บ้านสวาย ม.8 ตำบลราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ บรรยากาศสุดคึกคักเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายวัวควาย รวมไปถึงนายฮ้อยต่างเดินทางมาซื้อ-ขายวัว-ควายกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้น ผู้คนจำนวนมากนับพันคน โดยมีทั้งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และต่างจังหวัด รวมไปถึงนายฮ้อยอย่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเวียดนาม-มาเลเซียเดินทางมาซื้อวัวควายในครั้งนี้ ที่ชาวบ้านนำมาขายประมาณ 2500-3,000 ตัว ในขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินลงพื้นที่ตรวจสอบดูการซื้อขายโคกระบือภายในตลาด พบว่ามีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เดินทางมาจากแทบทั่วทุกจังหวัดในโซนอีสานใต้

ในขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนของจังหวัดสุรินทร์ เช่นอำเภอกาบเชิง อำเภอพนมดงรัก อำเภอสังขะ  อำเภอบัวเชด ต่างเดินทางนำวัวควายมาขาย โดยมีนายฮ้อยเดินทางมาซื้อกันถึงที่ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยสอบถามกับชาวบ้านที่อยู่ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงสาเหตุในกรณีที่นำวัวควายมาขายในครั้งนี้

 คุณแป้งอายุ 38 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่ติดชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า วันนี้ตนเองได้นำวัวจำนวน 16 ตัว ซึ่งเดินทางมาตั้งแต่ชายแดนซึ่งเป็นสมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้มาขายในตลาดนัดโคกระบือแห่งนี้ เนื่องจากว่าสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด เดี๋ยวเขมรก็ยิงปืนขู่ เดี๋ยวก็มีข่าวเขมรยั่วยุเห็น สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ตนเองจึงต้องเตรียมความพร้อมหาเงินสำรองเกรงว่าจะมีการปะทะรอบที่3เกิดขึ้น จะได้ตั้งหลักทัน ไหนจะทั้งเรื่องค่าครองชีพขึ้นสูงค่าน้ำมันแพงตนคิดว่า ถ้ามีประการปะทะรอบ3เกิดขึ้นจริงๆ รอบนี้อาจจะลำบากกว่ารอบก่อน ตนเองจึงอยากขอบคุณตลาดนัดซื้อขาย โค-กระบือบ้านสวายแห่งนี้ ที่เปิดให้ชาวบ้านได้นำวัวควายมาขาย และมีรายได้เลี้ยงครอบครัว ส่วนตนเองจะต้องสำรองเงินไว้ก่อน เกรงว่าถ้าเหตุการณ์ปะทะรอบ3 เกิดขึ้นจริงจะได้ตั้งหลักได้ทันท่วงที

นาย เมา อายุ 69 ปี เล่าว่า ปกติตนเองประกอบอาชีพทำนาและปลูกมันอยู่ติดกับแนวชายแดนอำเภอพนมดงรัก ซึ่งหลังจากที่มีการสู้รบกันรอบที่2 ตนเองมีความหวาดระแวงกลัวทั้งระเบิดตกค้าง กลัวทั้งโดนทหารเขมรมาจับ กลัวหลายอย่าง ทั้งทำนาไม่ไม่คุ้มทุนทำได้ปีละครั้ง จึงได้ทิ้งไร่นาหาอาชีพใหม่ทำไปก่อน ถ้าไม่ทำก็อดตายคนชายแดนต้องสู้ วันนี้ได้นำวัวที่ตนเองมี และวัว-ควายที่ซื้อจากชาวบ้านมาขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวและเตรียมเงินไว้ใช้ในยามสถาการณ์วิกฤต วันนี้เอามา 11 ตัว เป้นการการสร้างรายได้ในยุคลำบากของึนชายแดน ขอบคุณตลาดนัดวัวควายแห่งนี้ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านคนรากหญ้าได้มีโอกาสสร้างอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

ด้านนายพิรุณ แก้วพินึก อายุ 62ปี  (ประธานผู้ดูแลตลาด ) เล่าว่า กลุ่มพ่อค้าแม่ขายที่นำวัวควายมาขายที่ตลาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวบ้านจากโซนอีสานใต้ ส่วนนายฮ้อยที่มาซื้อวัวควายของชาวบ้าน เดินทางมาจากทั่วประเทศ และรวมไปถึงนายฮ้อยที่เดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศเวียดนาม จากมาเลเซีย มาซื้อข่ายรวมกันตรงนี้ จึงก่อให้เกิดรายได้กับชาวบ้านอย่างดีในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองน้ำมันแพง ค่าแรงถูก จึงอยากขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ที่เห็นความสำคัญและสนับสนุนให้ชาวบ้านมีรายได้ โดยการเปิดตลาดนัดขายวัว-ควาย ในแต่ละนัดมีวัวควายเข้ามาในตลาดประมาณ 3,000 ตัว และมีเงินหมุนเวียน 20-30 ล้าน ในแต่ละนัด จึงเกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรได้อย่างดี

หน้าแรก » ภูมิภาค