วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:52 น.

ภูมิภาค

ปริศนาหนุ่มดับคาโรงแรม! ผู้ต้องสงสัยปัดฆ่า แต่พบสารเสพติด

วันเสาร์ ที่ 06 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 05.49 น.

อุทัยธานี – คดีหนุ่มใหญ่วัย 50 ปี เสียชีวิตปริศนาภายในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและติดตามตัวชายที่อยู่กับผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้ายมาสอบปากคำ

จากกรณีเจ้าของโรงแรมแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในห้องพัก เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.50 น. ของคืนที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพก่อนเกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ นายอดุลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาว ต.ระบำ อ.ลานสัก ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับชายคนหนึ่ง ก่อนทั้งคู่จะเข้าไปยังโรงแรมดังกล่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุทัยธานี พร้อมชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี และชุดสืบสวน สภ.ลานสัก ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม

 

 

ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ต้องสงสัย อายุ 35 ปี ชาว ต.ระบำ อ.ลานสัก ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่กับผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย มาสอบปากคำที่ สภ.ลานสัก โดยผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนไม่ได้ทำร้ายผู้เสียชีวิต และกล่าวว่า ก่อนหน้านั้นผู้เสียชีวิตถูกวัยรุ่นประมาณ 4-5 คนทำร้ายร่างกาย ก่อนที่ตนจะพามาพักที่โรงแรม

ผู้ต้องสงสัยยังอ้างว่า ตนได้ออกจากโรงแรมในช่วงใกล้รุ่ง ก่อนที่ภายหลังจะมีการพบผู้เสียชีวิตภายในห้องพัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลลานสัก และพบสารเสพติดในร่างกาย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดปางไม้ไผ่ ต.ระบำ อ.ลานสัก สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายอดุลย์ โดยนางมูล อายุ 73 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยญาติ ได้ประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไป

มารดาและญาติของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ยังคงติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากผลการตรวจเบื้องต้นทางการแพทย์ระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการสมองได้รับการกระทบกระเทือน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีและนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม เนื่องจากคำให้การบางส่วนยังมีลักษณะวกวนและไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ โดยจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อไป

 

หน้าแรก » ภูมิภาค