วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:47 น.

ภูมิภาค

รมช.มหาดไทยลุยชุมพร รับทุกปัญหา เร่งแก้น้ำกัดเซาะ-ที่ดินทำกิน

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.35 น.

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ณ โรงแรมมรกต อำเภอเมืองชุมพร เพื่อรับฟังปัญหาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชน โดยมีนายวิชัย สุดสวัสดิ์ ส.ส.ชุมพร เขต 1 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ส.ส.ชุมพร เขต 2 นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร พร้อมด้วยผู้บริหารจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งติดตามปัญหาสำคัญของจังหวัด ทั้งด้านงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การบริหารจัดการน้ำ ปัญหาที่ดินทำกิน และการกัดเซาะตลิ่งริมคลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่

ระหว่างการประชุมรับฟังความคิดเห็น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอโดยตรงต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยนายกเทศมนตรีตำบลวังใหม่ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนวงเงิน 9.9 ล้านบาทที่ยังล่าช้า ซึ่งนายวรศิษฎ์รับปากจะเร่งติดตามให้

 

 

ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำชุมพร เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างท่าเทียบเรือเกาะเสม็ด โครงการสกายวอล์ก และทางเดินรอบเขามัทรี เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแนะนำให้จัดทำรายละเอียดโครงการและเสนอผ่านสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดตามขั้นตอน

ด้านองค์การบริหารส่วนตำบลบางมะพร้าว สะท้อนปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง การรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม ปัญหาพื้นที่ราชพัสดุป่าพรุป่าเสม็ดกว่า 2,000 ไร่ รวมถึงปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางมะพร้าวและตำบลนาพญา

ต่อมาเวลา 13.10 น. นายวรศิษฎ์ พร้อมด้วยนายกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่บ้านนาป่าตอ หมู่ 6 ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมืองชุมพร เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมคลองท่าตะเภา และสำรวจโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งต่อเนื่องจากแนวเดิม

 

 

ข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจากการกัดเซาะไปแล้ว 2 หลัง และยังมีบ้านอีก 1 หลังอยู่ในภาวะเสี่ยงได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และจะมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเร่งสำรวจพื้นที่ตลอดแนวคลองท่าตะเภา เพื่อประเมินจุดเสี่ยงและกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังศาลาเอนกประสงค์ หมู่ 10 ตำบลรับร่อ อำเภอท่าแซะ เพื่อติดตามปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่สวนปาล์มวิจิตรภัณฑ์ ซึ่งหมดสัมปทานมานานกว่า 10 ปี พร้อมรับฟังข้อเสนอการพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

ทั้งนี้ กรมชลประทานและกรมป่าไม้ได้ร่วมชี้แจงแนวทางดำเนินงานแก่ประชาชน โดยระบุว่าหากโครงการผ่านการศึกษาและมีความเหมาะสม คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี

 

 

ประชาชนในพื้นที่ยังได้สอบถามถึงแนวทางจัดสรรที่ดินและหลักเกณฑ์การตรวจสอบสิทธิผู้มีและไม่มีที่ดินทำกิน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการบริหารจัดการพื้นที่

นายวรศิษฎ์ ชี้แจงว่า การนำพื้นที่หมดสัมปทานมาใช้ประโยชน์ยังมีข้อจำกัดด้านกฎหมาย เนื่องจากบางส่วนเป็นพื้นที่ป่าไม้ จึงจำเป็นต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป

ด้านนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ส.ส.ชุมพร เขต 2 และนายวิชัย สุดสวัสดิ์ ส.ส.ชุมพร เขต 1 ยืนยันพร้อมติดตามและผลักดันการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจรับฟังปัญหาประชาชน นายวรศิษฎ์ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬา อบจ.คัพ เยาวชนและประชาชน จังหวัดชุมพร ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็นวันเดียวกัน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค