วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 01:06 น.

ภูมิภาค

เศร้า! อส.สำรองวัย 57 ปลิดชีพคาบ้านพัก ครอบครัวเผยต่อสู้โรคร้ายมานานกว่า 4 ปี

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.56 น.

เกิดเหตุสลด เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์และหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบเหตุชายวัย 57 ปี ใช้อาวุธปืนพกปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก ในพื้นที่ตำบลนาทุ่ง อำเภอเมืองชุมพร เบื้องต้นพบว่าเป็น อส.สำรอง สังกัดอำเภอเมืองชุมพร โดยครอบครัวระบุผู้เสียชีวิตต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานกว่า 4 ปี และอยู่ระหว่างการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

แม้คนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงานจะคอยให้กำลังใจและดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ญาติและผู้ใกล้ชิดเป็นอย่างมาก ขณะที่ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมส่งร่างชันสูตรตามขั้นตอนกฎหมาย

 

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ร.ต.ท.ภูษณ กันหาสินธุ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านตำบลนาทุ่ง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เข้าตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ตั้งอยู่ริมถนนกรมหลวง ภายในบ้านพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย อายุ 57 ปี นอนหงายจมกองเลือดใกล้ประตูบ้านติดกับที่นั่งโซฟา  ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าขมับซ้ายทะลุขวา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ประกอบสำนวน เป็นอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนจำนวน 1 ปลอกวางอยู่บนโซฟา และหัวกระสุนชนิดเดียวกันตกอยู่บริเวณขั้นบันใด  ก่อนนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดตามกระบวนการ

 

จากการสอบถามบิดาและภรรยาของผู้เสียชีวิต อีกทั้งเพื่อนของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ชาย อายุ 57 ปีเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) สำรอง และเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี โดยต้องเดินทางไปรักษาที่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิดต่างคอยดูแลและให้กำลังใจอยู่เสมอ

 

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ขณะที่บิดานั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน และภรรยาซึ่งเป็นพยาบาลปฏิบัติงานอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเหตุในเวลาต่อมา ทำให้ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดต่างอยู่ในความโศกเศร้า

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง พร้อมส่งร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยญาติไม่ติดใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้ที่รู้จักผู้เสียชีวิตเป็นอย่างมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค