วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 01:41 น.

ภูมิภาค

ศุลกากรประจวบยึดสินค้าหนีภาษี บนขบวนรถไฟสายใต้ มูลค่ารวมกว่า 4.3 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2569, 20.54 น.

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมศุลกากร โดยด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุก "พิทักษ์คีรีขันธ์" สกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี โดยเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ และตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งทางบก สามารถยึดของกลางได้หลายรายการ ทั้งบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีกว่า 3.7 แสนมวน กระเป๋าแบรนด์เนม บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำหอม รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระกว่า 4.37 ล้านบาท

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกรมศุลกากรในการปกป้องสังคมและระบบเศรษฐกิจจากสินค้าผิดกฎหมาย (Social Protection) ภายใต้การอำนวยการของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายสิทธิชัย สวัสดิ์เสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร, นางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 และนายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์

 

 

ทางด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก, กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14, ฝ่ายปกครอง, ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์, สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์), ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้า บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรที่ไม่มีเอกสารการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย บุหรี่ต่างประเทศลักลอบหนีภาษี จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง) รวมมูลค่าและภาษีอากร 4,201,496 บาท กระเป๋าแบรนด์เนม จำนวน 23 ใบ รวมมูลค่าและภาษีอากร 132,894 บาท บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวม 55 ชิ้น รวมมูลค่าและภาษีอากร 21,500 บาท น้ำหอมต่างประเทศ จำนวน 53 ขวด รวมมูลค่าและภาษีอากร 20,380 บาท รวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาท

 

 

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายผู้กระทำผิดต่อไป

นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ศุลกากรจะยังคงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียง ทั้งทางบก ทางราง และระบบขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง

 

 

หน้าแรก » ภูมิภาค