วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 00:56 น.

ภูมิภาค

ผอ.โรงเรียน ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูกอดีตสส.ปทุมธานี อ้างสนิทรมว.ศึกษา ฝากลูกน้องสอบได้บ๊วยเสียบเป็น ผอ.โรงเรียนดังแทน

วันอังคาร ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569, 15.35 น.

เมื่อเวลา 11:00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 ดร.สิทธิชัย ภคภัทร ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดไก่เตี้ย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 2 ได้เดินทางเข้าร้องเรียนและขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังพบความผิดปกติและข้อสงสัยเรื่องการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเทียนถวาย โดยเชื่อว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นใช้อิทธิพลเข้ามาแทรกแซงขั้นตอนการพิจารณา กล่าวอ้างถึงอำนาจที่ตนเองมีกับผู้บริหารโรงเรียนต่าง ๆ และอ้างตัวสนิทสนมกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองรวมถึงผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการ

 

ดร.สิทธิชัย ได้นำหลักฐานมติที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนปลายทางที่สองเพื่อย้าย มาเปิดเผย ซึ่งในเอกสารระบุชัดเจนว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ ดร.สิทธิชัย ภคภัทร เป็นผู้ได้รับการพิจารณาในลำดับที่ 1 เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์บริหารสถานศึกษาที่เหมาะสม และมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโรงเรียนวัดเทียนถวาย

 

สำหรับ ดร.สิทธิชัย ภคภัทร ถือเป็นผู้บริหารสถานศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรียนชุมชนวัดไก่เตี้ยก่อนหน้านี้ มีนักเรียนเพียง 40-50 คน จัดเป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนกว่า 140 คน ขยับขึ้นมาเป็นสถานศึกษาระดับกลาง สวนทางกับโรงเรียนหลายแห่งใน จ.ปทุมธานี ที่มีจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดการดำรงตำแหน่ง ดร.สิทธิชัย ได้มุ่งมั่นพัฒนาโรงเรียนในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาศักยภาพครูและนวัตกรรม ส่งเสริมให้ครูใช้เทคโนโลยีและการเรียนรู้แบบ Active Learning พร้อมร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ในโครงการ U-School Mentoring เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกับเครือข่าย ในด้านกิจกรรมคุณธรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน ได้สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาร่วมกับวัดไก่เตี้ยและชุมชนรอบข้างอย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างความร่วมมือกับคณะกรรมการสถานศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อจัดหาทุนการศึกษาและทรัพยากร จนได้รับการยกย่องเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ สนับสนุนนักเรียนตามความถนัดในทุก ๆ ด้าน จนคว้ารางวัลรองชนะเลิศและการประกวดในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค ทั้งยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรประจำกลุ่มในโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่ามีกระบวนการแทรกแซงจากนักการเมืองอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส) รายหนึ่ง ซึ่งได้ประกาศว่าจะล็อบบี้ตำแหน่งให้ผู้สมัครอีกคนที่สอบได้ที่สุดท้ายเป็นการเฉพาะ ให้ได้รับคัดเลือกโดยไม่สนใจหลักเกณฑ์และกระบวนการพิจารณาตามลำดับความเหมาะสมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 2 อีกทั้งนักการเมืองที่เป็น อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส)คนดังกล่าวยังนำชื่อผู้ใหญ่ไปกล่าวอ้างกับผู้บริหาร เขตการศึกษาและผู้อำนวยการ โรงเรียนหลายแห่งที่เข้าสอบคัดเลือกว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกดดันและควบคุมการย้ายในครั้งนี้

 

โดย ดร.สิทธิชัย ได้เปิดเผยถึงข้อสงสัยในกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายว่า ตนได้ยื่นเรื่องขอย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลางระดับเดียวกับที่บริหารอยู่และอยู่ใกล้บ้าน โดยมั่นใจว่าตนเองมีคุณสมบัติและผลงานเชิงประจักษ์ครบถ้วนตามเกณฑ์ แต่กลับถูกข้ามลำดับการพิจารณาอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งจากข้อมูลบันทึกการประชุมชี้ชัดว่า จากการประเมินผลงาน ผมสอบได้ในอันดับที่ 1 แต่กลับมีผู้บริหารการศึกษาระดับจังหวัดแจ้งมาว่า มีนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีเข้ามาทำการล็อบบี้ตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนให้กับผู้สมัครอีกราย ซึ่งมาจากโรงเรียนขนาดเล็กในต่างจังหวัด ทั้งที่บุคคลดังกล่าวเพิ่งดำรงตำแหน่ง ผอ. ได้เพียง 2 ปี แต่กลับกระโดดข้ามผู้สมัครคนอื่นๆ ขึ้นมา ทั้งที่ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่เขียนย้ายเพื่อมาดำรงตำแหน่ง ผอ. ส่วนใหญ่ก็อยู่ในตำแหน่งนี้มาเกือบ 8 ปี และเป็นการเขียนย้ายในโรงเรียนขนาดเท่าเดิม ส่วนเรื่องวุฒิการศึกษา มีผมเพียงคนเดียวที่จบวุฒิการศึกษาสูงสุด ในด้านผลงานเชิงประจักษ์ระดับชาติต่างๆ หรือการพัฒนาโรงเรียน ผมสามารถพลิกฟื้นจากโรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กเพียง 50-60 คน ให้กลายเป็นโรงเรียนขนาดกลางที่มีรางวัลระดับประเทศ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่โรงเรียนขนาดนี้จะทำได้ ในวงการนี้เราเห็นผลงานการพัฒนาเด็กกันอยู่แล้ว

 

ด้าน ดร.สิทธิชัย ได้เปิดเผยถึงขั้นตอนการพิจารณาโยกย้ายว่า ในวันที่ 21 กันยายนนี้ จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง เพื่อพิจารณาเล่มผลงานต่าง ๆ ที่ผู้ขอเขียนย้ายได้ยื่นเรื่องไว้ เมื่อกลั่นกรองเสร็จสิ้นจะมีคะแนนรวม จากนั้นจะเข้าสู่ที่ประชุม อกศ. เพื่อออกคำสั่งและมีมติเห็นชอบการย้ายอย่างเป็นทางการ ก่อนจะประกาศออกมาเป็นคำสั่งให้ผู้มีรายชื่อดำเนินการย้ายต่อไป ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นกระบวนการจะจบสิ้นและไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก ถึงแม้หลายเคสจะพยายามขอตรวจดูคะแนนก็ตาม ซึ่งโดยปกติคะแนนของผู้สมัครอาจใกล้เคียงกัน และหากตนไม่เรียกร้อง เหตุการณ์เช่นนี้ก็คงเกิดกับข้าราชการคนอื่นอีก

 
นอกจากนี้ ดร.สิทธิชัย ได้แสดงความห่วงใยถึงระบบราชการว่า หากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น จะส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่ตั้งใจทำงานอย่างร้ายแรง พร้อมระบุถึงจุดประสงค์ในการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ว่า ถ้าผมไม่ทำอะไรเลย มันเท่ากับผมยอมรับสภาพ มีผู้ใหญ่บอกว่าผมอย่ายอมแพ้ เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นตัวอย่างให้คนอื่น แล้วข้าราชการก็หมดไฟในการทำงานไป ผมก็เลยมาที่นี่เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง อาจจะเป็นตัวแทนทุกคนก็ได้

 
ดร.สิทธิชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงแนวโน้มการไม่ได้รับความเป็นธรรมตามเกณฑ์ว่า ในฐานะข้าราชการครูที่มุ่งปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี และต้องเป็นแบบอย่างให้กับนักเรียนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่และเป็นกำลังขับเคลื่อนประเทศ เรื่องแบบนี้จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ และควรให้สังคมได้รับรู้ ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนมีสิทธิ์ออกเสียงการได้รับผลกระทบจากคนที่เป็นตัวแทนประชาชน ยิ่งทำให้เห็นว่าคนประเภทนี้ไม่ควรได้รับเกียรติให้มาเป็นผู้แทนใคร หากเลือกใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องในระบบราชการเช่นนี้
 

หน้าแรก » ภูมิภาค