วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2569 03:21 น.

ภูมิภาค

บุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์, หลอกสั่งซื้อสินค้า, อ้างทหาร, กรมสรรพาวุธทหารเรือ,

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.24 น.

บุรีรัมย์ - ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายครุภัณฑ์ให้หน่วยงานราชการ ถูกบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อของกรมสรรพาวุธทหารเรือ ติดต่อสั่งซื้อสินค้าโดยอาศัยสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเหตุผลประกอบ ก่อนหลอกให้โอนเงินมัดจำ 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 212,500 บาท หลังตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดจึงทราบว่าไม่ใช่การจัดซื้อของหน่วยงาน ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เร่งติดตามเส้นทางการเงินและสามารถอายัดเงินกลับคืนได้ครบจำนวน

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ร่วมส่งมอบเช็คเงินสดจำนวน 212,500 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย หลังตำรวจสามารถติดตามเงินกลับคืนมาได้ครบถ้วน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก น.ส.เกสรี่ อายุ 47 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายครุภัณฑ์ให้หน่วยงานราชการ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ หลังถูกหลอกให้โอนเงินจำนวน 212,500 บาท

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 สามีของผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อของกรมสรรพาวุธทหารเรือ จังหวัดชลบุรี โดยแจ้งว่าต้องการจัดซื้อไฟถนนโซลาร์เซลล์จากบริษัทของผู้เสียหาย ก่อนขอเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมส่งเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารราชการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมาให้

ต่อมาบุคคลดังกล่าวอ้างว่าต้องการจัดซื้อ “เหล็กหีบเพลง” หรือลวดหีบเพลง เพื่อนำไปใช้งาน โดยอ้างสถานการณ์สงครามเป็นเหตุผลประกอบการสั่งซื้อ พร้อมระบุว่าบริษัทที่จำหน่ายสินค้าเป็นบริษัทของญาติฝ่ายจัดซื้อ จึงไม่สามารถสั่งซื้อโดยตรงได้ และให้ผู้เสียหายเป็นตัวกลางในการจัดซื้อ ก่อนให้เพิ่มบัญชีไลน์ของบริษัทดังกล่าวเพื่อพูดคุยรายละเอียด

หลังตกลงซื้อขายกัน บุคคลดังกล่าวแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำสินค้า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 212,500 บาท ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569

อย่างไรก็ตาม หลังโอนเงิน ผู้เสียหายเริ่มสงสัยเมื่อบุคคลในไลน์ส่งภาพขณะนำลวดหีบเพลงขึ้นรถบรรทุก แต่จำนวนสินค้าที่ปรากฏในภาพดูน้อยกว่าจำนวนที่ตกลงซื้อไว้ จึงติดต่อสอบถามไปยังกรมสรรพาวุธทหารเรือตัวจริง และได้รับข้อมูลว่ากรมฯ ไม่มีนโยบายติดต่อจัดซื้อหรือทำสัญญาผ่านช่องทางออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว

ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อให้ติดตามผู้กระทำผิดและเงินที่สูญเสียไป

ต่อมา พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ สั่งการให้ พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ เร่งติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง กระทั่งสามารถติดตามเงินจำนวน 212,500 บาท กลับคืนมาได้ครบถ้วน ก่อนนำมาส่งมอบคืนให้ผู้เสียหาย

น.ส.เกสรี่ เปิดเผยว่า หลังทราบว่าถูกหลอก รู้สึกทุกข์ใจมาตลอดประมาณ 6 เดือน กินไม่ค่อยได้นอนไม่ค่อยหลับ แต่ยังมีความหวังว่าจะได้เงินกลับคืนมา กระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจและสามารถติดตามเงินคืนได้ทั้งหมด ทำให้รู้สึกดีใจและโล่งใจ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยติดตามเงินกลับคืนมา

ผู้เสียหายกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการทำธุรกิจ หลังจากนี้จะไม่เชื่อใครง่าย ๆ และฝากเตือนผู้ประกอบการรายอื่นให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการรับคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ควรตรวจสอบข้อมูล เอกสาร และตัวตนของคู่ค้าให้ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบกับหน่วยงานต้นทางโดยตรงก่อนโอนเงินทุกครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ปัจจุบันพบการหลอกลวงร้านค้าและผู้ประกอบการ โดยผู้ก่อเหตุมักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ร้านจำหน่ายมาเป็นอย่างดี ก่อนทำทีสนใจและติดต่อสั่งซื้อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นอาจเสนอให้ร้านค้าสั่งซื้อสินค้าชนิดอื่นเพิ่มเติม จนผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน

พ.ต.อ.จำรัส ฝากเตือนประชาชนและผู้ประกอบการว่า อย่าหลงเชื่อหรือรีบโอนเงินเพียงเพราะมีเอกสารหรือข้อมูลประกอบ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานหรือบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง

 

หน้าแรก » ภูมิภาค