วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569 02:08 น.

ภูมิภาค

แปดริ้วอ่วม! น้ำท่วมใหญ่กระทบโรงงาน 200 แห่ง สภาอุตฯฉะเชิงเทราเตรียมหาช่องเยียวยา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.00 น.

วันที่ 15 ต.ค.69 เวลา 07.00 น. นายสุกัณฑ์ โสรัจจกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ฉะเชิงเทรา และประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดตะวันออก 1 (อีอีซี) ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคตะวันออก จำนวน 200 แห่งจากกว่า 2 พันแห่ง หรือเพียงประมาณร้อยละ 10 ของผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดใน จ.ฉะเชิงเทรา

 

ซึ่งถือว่าน้อยกว่าในพื้นที่จังหวัดข้างเคียงอย่าง เช่น จ.ชลบุรีมาก ประกอบกับทางนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีการเตรียมการกันเอาไว้เป็นอย่างดีจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก หรือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก สำหรับข้อกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนี้ คือ มลพิษจากขยะและกากอุตสาหกรรมของเสียที่อาจลอยมาตามน้ำจากจังหวัดข้างเคียงทางตอนบน ซึ่งกำลังมีปัญหาในเรื่องของขยะพิษและกากอุตสาหกรรมที่ถูกนำออกไปกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง ตามที่มีข่าวผ่านทางสื่อมวลชนอยู่บ่อยครั้ง

 

เช่นใน จ.ปราจีนบุรี และสระแก้ว ที่มวลน้ำจากตอนบนเกือบทั้งหมดจะไหลลงมายังในพื้นที่ตอนล่าง คือ จ.ฉะเชิงเทรา และอาจเข้ามาปนเปื้อนอยู่ในพื้นที่ปลายน้ำในระยะยาวได้ ขณะที่ของเสียและปัญหาขยะในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ถูกน้ำท่วมถึงนั้น ทางสภาอุตสาหกรรมได้มีคณะทำงานได้เข้าไปเก็บมากำจัดก่อนที่จะเกิดวิกฤต และมีบางส่วนที่จัดเก็บไม่ทันได้มีการทำบังเกอร์เพื่อป้องกันน้ำไว้แล้ว เพื่อไม่ให้ขยะหรือของเสียไหลลอยออกมาตามน้ำ หรือแพร่กระจายออกไปยังพื้นที่ภายนอก

 

โดยน้ำในปีนี้มาแรงมาก ไหลเข้ามาท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วและขึ้นสูงในระยะเวลาเพียง 30 นาทีมีระดับความสูงมากถึง 60 ซม. แม้จะเตรียมการอย่างไรก็ยังไม่ทันกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้โดยที่ใน จ.ฉะเชิงเทราเองนั้น ไม่เคยเกิดภาวะวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2516 ในปีนี้จึงถือว่าเป็นปีแรกในรอบกว่า 53 ปีที่ผ่านมา น้ำได้กลับมาท่วมใหญ่มากขนาดนี้เป็นครั้งแรก จึงทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ด้านความเสียหายนั้นยังไม่ถือว่ามากนัก

 

สำหรับในส่วนของภาคอุตสาหกรรม เวลานี้ปัญหา คือ หลังจากวิกฤตน้ำท่วมผ่านไปแล้วเราจะมีแผนฟื้นฟูต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรม ได้เสนอในเรื่องของแผนการฟื้นฟูเกี่ยวเงินทุนดอกเบี้ยต่ำไปแล้ว โดยคาดหวังว่าทางส่วนงานราชการและองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการในครั้งนี้ เพราะมีบางส่วนที่เสียหายหนักมาก

 

ความเสียหายเฉพาะในพื้นที่โรงงานก็ส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนของระบบนั้นล้วนได้รับความเสียหายต่อเนื่องกันไปทั้งระบบ และกระทบต่อผู้ประกอบการ เช่น การเดินทางของพนักงาน การขนส่ง โลจิสติกส์ รวมถึงต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วย จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามและช่วยกันผลักดันให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

 

สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤติน้ำท่วมนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.บางคล้า เช่น ย่าน ต.เสม็ดใต้ และเขต อ.เมืองฉะชิงเทราบางส่วน นอกจากนี้ยังมีที่ อ.บางปะกง พนมสารคาม แปลงยาว ที่ได้รับความเสียหายบ้าง โดยขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการประเมินความเสียหาย ทั้งโรงงานที่อยู่ในระบบ จำนวน 1,700 กว่าแห่ง และนอกระบบอีกรวมกันกว่า 2 พันแห่ง โดยในส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนโรงงานนั้นถือเป็นส่วนที่จะเป็นปัญหา

 

เนื่องจากไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี จึงทำให้เวลาเกิดน้ำท่วมขึ้นมาแล้ว ยังได้เข้าไปท่วมในส่วนของกากอุตสาหกรรมด้วย และจะทำให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมตามมา จึงเป็นจุดที่เราจะต้องเข้าไปฟื้นฟูดูแลด้วย นายสุกัณฑ์ กล่าว

 

และกล่าวต่อว่า ในส่วนที่ได้รับความเสียหายอย่างมากใน จ.ฉะเชิงเทรา นั้น คือ ภาคเกษตรอุตสาหกรรม เช่น บ่อกุ้ง บ่อปลาและไม้ยืนต้น เช่น มะม่วงขายตึก ที่เหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่ประมาณ 1 เดือนจะมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดแล้ว แต่ในวันนี้น้ำท่วมทำให้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งในจุดนี้การฟื้นฟูจะต้องใช้ระยะเวลานานอีกหลายปี กว่าจะเคลียร์พื้นที่และปลูกต้นใหม่ขึ้นมาทดแทน เมื่อเห็นตัวเลขแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ รวมไปถึงผู้ประกอบการบ่อกุ้ง บ่อปลา ที่เราจะเห็นได้ว่าในแม่น้ำบางปะกงนั้น มีปลาอยู่เต็มแม่น้ำไปหมด เนื่องจากเรามีพื้นที่เลี้ยงกุ้งและปลา กว่า 8 หมื่นไร่ รวมกับในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี อีกว่า 4 หมื่นไร่ ใน จ.นครนายก อีกกว่า 4 หมื่นไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด   

หน้าแรก » ภูมิภาค