วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569 01:40 น.

ภูมิภาค

“บิ๊กแจ๊ส” นำทัพลุยคลองรังสิต เร่งผันน้ำเสีย-ฝังกลบปลานิลเน่า 30 ตัน

วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

ปทุมธานี - “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี สนธิกำลังชลประทาน ปศุสัตว์ กรมควบคุมมลพิษ ท้องถิ่นจังหวัด เทศบาลเมืองคลองหลวง และจิตอาสาพระราชทาน ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำลุยคลีนนิ่งประตูน้ำคลอง 2 หน้าวัดแสงสรรค์ เร่งระบายน้ำเสียและตักซากปลานิลเน่าลอยตายกว่า 30 ตัน ฝังกลบขนานใหญ่พื้นที่ 27 ไร่ พร้อมโรยปูนขาวกำจัดกลิ่น-ฆ่าเชื้อ ยันปลอดภัยไร้กระทบชุมชน

 

 

 

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ บริเวณประตูระบายน้ำคลอง 2 หน้าวัดแสงสรรค์ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี, นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง, ดร.วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน, ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมถึงกรณีปลาลอยตายเป็นจำนวนมากในพื้นที่

พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากน้ำที่รอการระบายจากชุมชนต่าง ๆ เริ่มเน่าเสียและไหลเข้าสู่คลองสอง ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมากและลอยมาจากหลายจุดรวมกันที่ประตูระบายน้ำรังสิตตั้งแต่เมื่อวานนี้ เบื้องต้นได้ประสานกรมชลประทานและเทศบาลเมืองคลองหลวง ให้ปล่อยน้ำดีจากคลองระพีภัทรลงมาช่วยไล่น้ำเสียออกสู่คลองรังสิต แต่ต้องเร่งจัดเก็บและคลีนนิ่งเอาซากปลาที่ตายทั้งหมดขึ้นมาก่อนเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซ้อน โดยวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากจิตอาสาพระราชทาน นำเรือหลายลำ รถสูบน้ำ และอุปกรณ์ตักปลา กระจายกำลังทำความสะอาดแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ กว่า 20 จุดตลอดลำคลอง

 

 

ด้าน ดร.วิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเสริมถึงมาตรการดูแลคุณภาพน้ำว่า กรมชลประทานได้ประสานกรมพัฒนาที่ดินนำสารซูเปอร์ พด.6 มาใช้เร่งการย่อยสลาย ควบคู่กับการเร่งจัดเก็บซากปลาและเอาน้ำดีเข้ามาเจือจางเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ รวมถึงเร่งระบายน้ำโดยไม่ให้กระทบพื้นที่ด้านล่าง ขณะนี้ระดับน้ำในจุดเฝ้าระวังของเทศบาลอยู่ที่ 1.45 เมตร ซึ่งต่ำกว่าจุดระวังภัย 35 เซนติเมตร โดยได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำไฮโดรโฟล (Hydro Flow) อีก 2 เครื่อง สูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบกับในช่วงเวลา 01.00–09.00 น. ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลง จึงสามารถเปิดประตูระบายน้ำคลองรังสิตเร่งผันน้ำออกได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

ต่อมาเวลา 12.00 น. คณะทำงานเฉพาะกิจ ประกอบด้วย นายเทพสุริยา สะอาด ท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี, นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง และ นายนัสรุดดีน อารีสมาน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองคลองหลวง ได้เดินทางไปตรวจติดตามจุดฝังกลบซากปลา ณ บริเวณโรงพัสดุกองช่าง เทศบาลเมืองคลองหลวง ซึ่งมีเนื้อที่รวมกว่า 27 ไร่

 

 

นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง กล่าวว่า ได้จัดเตรียมพื้นที่หลังกองช่างใช้เป็นจุดฝังกลบซากปลา โดยมีเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขฯ ดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด นำรถแบ็กโฮ 2 คัน ขุดบ่อฝังกลบ พร้อมบำบัดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เบื้องต้นประเมินปริมาณซากปลาที่ตักขึ้นมาจากลำคลองมีน้ำหนักเกือบ 30 ตัน โดยพบข้อสังเกตสำคัญคือเป็นปลานิลขนาดเดียวกันทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุและแหล่งที่มาของปลาดังกล่าว

นายนัสรุดดีน อารีสมาน ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองคลองหลวง ชี้แจงกระบวนการฝังกลบตามหลักสุขาภิบาลว่า หลังจากลำเลียงซากปลาลงบ่อแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำปูนขาวมาโรยในอัตราส่วน 20 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชน ก่อนใช้ดินฝังกลบอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อหลุม โดยในวันนี้ดำเนินการฝังกลบไปแล้ว 3 หลุม และเตรียมขุดหลุมเพิ่มอีก 2–3 หลุม ยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวจะย่อยสลายไปตามธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดสิ่งปฏิกูล กลิ่นเหม็น หรือกระทบต่อชุมชนอย่างแน่นอน

หน้าแรก » ภูมิภาค