วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 11:17 น.

ภูมิภาค

วิกฤตมลพิษปราจีนฯ! คพ. รับสลับเลขสารพิษ รอง ผวจ. สั่งตรวจโรงงานด่วน

วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 21.00 น.

วิกฤตสิ่งแวดล้อมปราจีนฯ เดือด! คพ. ยอมรับรายงานเลขสลับ "อะลูมิเนียม" พุ่งปรี๊ด สั่งปูพรมตรวจโรงงานกลุ่มเสี่ยงด่วน

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี หลังกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ออกมายอมรับความคลาดเคลื่อนในการรายงานผลตรวจวัดสารพิษในพื้นที่น้ำท่วม โดยมีการสลับตัวเลขระหว่างค่าแอมโมเนียและอะลูมิเนียม ซึ่งส่งผลให้ประชาชนตื่นตระหนกต่อความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

 

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการตรวจวัดสารพิษในพื้นที่น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี คลาดเคลื่อน โดยสลับตัวเลขระหว่างค่าแอมโมเนียและอะลูมิเนียม โดยค่าที่แท้จริงพบว่า ค่าแอมโมเนียอยู่ที่ 0.559–3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าอะลูมิเนียมอยู่ที่ 0.22–0.48 มิลลิกรัมต่อลิตรนั้น

 

 

ทางด้าน นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์เตือนภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม ชี้ว่าค่าอะลูมิเนียมในน้ำผิวดินที่ตรวจพบในพื้นที่ 5 จุด (อ.กบินทร์บุรี, อ.ศรีมหาโพธิ, อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง) สูงถึง 0.559–3.547 มก./ลิตร ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับเกณฑ์ US EPA (ไม่ควรเกิน 0.087 มก./ลิตร สำหรับผลกระทบเรื้อรัง) ส่งผลกระทบทำลายเหงือกปลา ทำให้เกิดเมือกอุดตันจนปลาตายเฉียบพลัน และตกค้างในระบบนิเวศ โดยมีสาเหตุจากการชะล้างหน้าดินช่วงน้ำหลากและการรั่วไหลของกากอุตสาหกรรม

 

 

ด้าน นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง คพ. เข้าร่วมประชุมในวันอังคารนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำให้ชัดเจนครอบคลุม พร้อมทั้งสั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดปูพรมลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานประเภท 105 และ 106 ตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไป เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี สำหรับน้ำประปาได้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคและนายอำเภอตรวจวัดคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นายวีระยุทธ ทองกล่ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ และประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.ศรีมหาโพธิ เผยว่า ชาวบ้านหมู่ 1 ถึงหมู่ 7 ต้องเผชิญปัญหากลิ่นเหม็นและคราบน้ำมันสีรุ้งที่ทะลักมากับกระแสน้ำ ส่งผลให้นาข้าวเสียหายเป็นวงกว้าง น้ำในคลองดำสนิทยาวกว่า 10 กิโลเมตร โดยตัวแทนชาวบ้านกว่า 2,000 คน ได้รวมตัวยื่นข้อเรียกร้องให้สั่งปิด ขนย้ายกากของเสีย และเร่งเยียวยา พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการชี้แจงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของ คพ.

 

 

นอกจากนี้ นายสุนทร คมคาย ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันสีรุ้งบริเวณ อ.บ้านสร้าง พร้อมแนะแนวทางแก้ไขทุ่นกักคราบน้ำมัน (Boom) ที่จมน้ำ และเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดของ คพ. เป็นผู้แถลงรับผิดชอบข้อมูลโดยตรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและใช้โอกาสนี้ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดอย่างจริงจัง

หน้าแรก » ภูมิภาค