วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 17:04 น.

ภูมิภาค

บ้านไม้ริมป่าสักถล่มจมแม่น้ำ คลื่นเรือซัดฐานทรุด-โชคดีไร้เจ็บ

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

ฝ่ายปกครอง-เทศบาลนครอยุธยา ลงพื้นที่ช่วยเหตุด้านบ้านไม้เก่าริมแม่น้ำป่าสักถล่มทั้งหลัง คาดน้ำท่วมซ้ำซากบวกคลื่นเรือซัด โชคดีไร้เจ็บ

พระนครศรีอยุธยา — บ้านไม้เก่าอายุกว่า 30 ปีริมแม่น้ำป่าสัก ทรุดตัวพังถล่มลงแม่น้ำทั้งหลัง เจ้าของบ้านคาดฐานรากเสื่อมสภาพจากน้ำท่วมซ้ำซากและแรงคลื่นเรือสัญจร ด้านเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือ เบื้องต้นเตรียมรื้อถอนทั้งหมด เจ้าของบ้านเตรียมย้ายปลูกสร้างใหม่บนพื้นที่เช่าของวัด

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณบ้านเลขที่ 45/10 หมู่ 7 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังได้รับแจ้งเหตุบ้านไม้เก่าอายุกว่า 30 ปี ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำป่าสัก เกิดการทรุดตัวและพังถล่มลงไปในแม่น้ำทั้งหลัง เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยขณะเกิดเหตุไม่มีผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน มีเพียงสุนัขและแมวอยู่บริเวณรอบบ้าน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

 

จากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม้ทรงเก่าหลังคามุงสังกะสี สภาพตัวบ้านพังถล่มจมลงไปในแม่น้ำป่าสักทั้งหมด เจ้าของบ้านสันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากโครงสร้างเสาและฐานรากที่ใช้งานมานานจนเสื่อมสภาพ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ร่วมกับแรงคลื่นจากเรือสัญจรที่วิ่งผ่านไปมาในแม่น้ำป่าสักกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้โครงสร้างบ้านรองรับน้ำหนักไม่ไหวและพังถล่มลงมาในที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุด ว่าที่ร้อยตรี สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายกฤษณ์ เถี่ยนมิตรภาพ รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อสำรวจแนวทางการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่เจ้าของบ้านเป็นการด่วน

 

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ประเมินสภาพพื้นที่พบว่าจำเป็นต้องทำการรื้อถอนโครงสร้างที่เหลือทั้งหมด เนื่องจากตัวบ้านเสียหายหนักและเกรงว่าจะเกิดอันตรายซ้ำซ้อน ประกอบกับจุดเดิมเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำที่มีข้อจำกัดทางกฎหมายและการปลูกสร้าง สำหรับแนวทางช่วยเหลือ เจ้าของบ้านเตรียมย้ายไปปลูกสร้างบ้านหลังใหม่บนพื้นที่ของวัดป่าโค ซึ่งได้ทำการเช่าพื้นที่ไว้อยู่ก่อนแล้ว ขณะที่การช่วยเหลือจากทางราชการ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาอยู่ระหว่างประเมินมูลค่าความเสียหายเพื่อดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

หน้าแรก » ภูมิภาค