วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 00:58 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

แม่ลิ้นจี่พาชิม

แม่ลิ้นจี่ : วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 09.53 น.

แวะชิม..แกงฮังเล-ขนมจีนน้ำเงี้ยว .. .. สารพัดอาหารเหนือต้นตำรับที่ “ร้านประตูเวียง”

เมนูน่าชิมประจำวันนี้ “แม่ลิ้นจี่” เจ้าเก่าจะขออาสาพาท่านผู้อ่านไปอิ่มอร่อยกับอาหารเหนือสูตรเด็ดจากจังหวัดลำปางกันดูบ้าง ซึ่งร้านที่เรากำลังจะพากันแวะไปลิ้มลองกันในวันนี้ก็คือ “ร้านประตูเวียง” ในย่านถนนสายไหมกรุงเทพฯ

 

 

ร้านอาหาร “ประตูเวียง” ที่เราจะแวะเยี่ยมชิมกันในวันนี้เขาจะเป็นร้านในรูปแบบของธุรกิจภายในครอบครัวแม่ทำลูกขาย จากที่เคยเปิดร้านขายกันแบบขำๆ เพราะทุกคนมีการงานประจำทำกันอยู่แล้ว แต่พอขายได้สักพักก็เริ่มที่จะขำไม่ออกเพราะมีลูกค้าคออาหารเหนือพากันมาอุดหนุนกันมากมาย ทั้งที่มารับประทานกันที่ร้านและซื้อใส่ถุงพกพาไปรับประทานกันที่บ้าน ต่อมาก็เลยต้องตัดสินใจหยุดอาชีพอื่นเพื่อมาค้าขายอาหารกันเป็นอาชีพหลัก

 

และจากการที่ได้พูดคุยกับ “คุณเกียรตินคร ถ่อมกาย” ซึ่งเป็นชาวลำปางโดยกำเนิดได้บอกเล่าให้ “แม่ลิ้นจี่” ฟังว่า ย้อนอดีตไปสมัยที่ตนเองยังอยู่ในวัยเยาว์นั้น ทุกวันหลังเลิกเรียนตนเองต้องมีหน้าที่ช่วยคุณแม่หรือที่ชาวบ้านจะเรียกกันว่า “ป้าคำ” ทำอาหารสารพัด ซึ่งคุณแม่จะมีเสน่ห์ปลายจวักในการปรุงอาหารพื้นบ้านตำรับของชาวเหนือได้หลายอย่าง ส่วนตนเองนั้นก็มีหน้าที่ช่วยเตรียมเครื่องปรุงเพื่อทำอาหารรับประทานกันในครอบครัว จึงได้สืบทอดวิทยายุทธ์ในการทำอาหารเหนือมาจากคุณแม่มามากมาย

 

 

คุณเกียรตินครกล่าวต่อไปว่า จุดเริ่มแรกของร้านนี้นั้นก็มาจากการที่ได้ทำอาหารทานกันเองภายในครอบครัวอยู่เป็นประจำทุกวัน และเมื่อเข้ามาเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯจึงมีแนวคิดที่จะเปิดร้านขายอาหารเหนือเพื่อให้คนอื่นๆ ได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารเหนือขนานแท้จากรสมือของป้าคำกันดูบ้าง จึงได้มาเปิดร้านนี้ได้ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่าร้านประตูเวียง ซึ่งก็หมายถึงประตูสู่ความอร่อยที่ทุกคนสามารถเข้ามาสัมผัสได้ และเมื่อร้านเริ่มขายดิบขายดีเกินคาดจึงได้ให้ภรรยาคือ “คุณวิลัยพร สายวิลัย” หยุดธุรกิจที่ทำอยู่และมาช่วยดูแลร้านอย่างเต็มตัว ซึ่งที่ร้านนี้จะเป็นร้านเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตโดยจะมีมุมให้เลือกนั่งทั้งที่เป็นแบบโอเพ่นแอร์ และห้องปรับอากาศเย็นฉ่ำให้ลูกค้าได้เลือกนั่ง

 

 

ซึ่งคุณเกียรตินครได้เน้นย้ำว่าทุกเมนูของร้านนี้จะปรุงเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอยน่องไก่ ข้าวซอยเนื้อน่องลาย ข้าวซอยหมู น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ลาบหมูคั่ว แกงฮังเล ตำขนุน ไส้อั่ว แกงโฮะ ผักกาดจอ ฯลฯ โดยใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงนานาชนิดตามสูตรต้นตำรับส่งตรงมาจากจังหวัดลำปาง สนนราคาของอาหารก็ไม่แพงเริ่มต้นกันที่ 30-70 บาท นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูจานด่วนมื้อกลางวันไว้บริการ สาธยายกันมาพอสมควรแล้วทีนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะมาดูกันว่าที่นี่เขามีอะไรน่าชิมกันบ้าง เริ่มต้นกันที่

 

ข้าวซอยเนื้อน่องลาย..เป็นอาหารที่มีรากฐานมาจากก๋วยเตี๋ยวแขกหรือก๋วยเตี๋ยวแกงของคนจีนมุสลิมจากยูนนาน โดยเขาจะนำเส้นข้าวซอยคล้ายเส้นบะหมี่เหลืองลวกสุก ราดด้วยน้ำแกงสีเหลืองรสชาติเข้มข้นที่ปรุงมาจากน้ำกะทิสดต้มเคี่ยวกับน้ำพริกแกงที่โขลกเองใส่ขมิ้น ใส่เนื้อน่องลายต้มสุกหั่นเป็นชิ้นพอคำ โรยหน้าด้วยเส้นข้าวซอยทอดกรอบกรุบและกระเทียมเจียว เสิร์ฟพร้อมหอมแดง ผักดอง มะนาว และพริกแห้งทอด ในราคาชามละ 70 บาท ข้าวซอยน่องไก่-ข้าวซอยหมู 50 บาท

 

ขนมจีนน้ำเงี้ยว..เป็นเมนูที่ใครมาก็ต้องสั่ง โดยเขาจะน้ำพริกแกงน้ำเงี้ยวที่โขลกเองพร้อมด้วยซี่โครงหมู ตีนไก่ และหมูบดผัดกับน้ำมันจนหอมกรุ่น ก่อนนำไปละลายในน้ำต้มเดือดใส่เลือดไก่ มะเขือเทศ ดอกงิ้วแห้ง ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลาเล็กน้อยต้มจนเดือดได้ที่ ตักราดมาบนเส้นขนมจีนโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว ต้นหอม ผักชี เสิร์ฟพร้อมมะนาว ถั่วงอก ผักกาดดอง และพริกแห้ง ในราคาชามละ 50 บาท

 

 

แกงฮังเล..หน้าตาคล้ายแกงมัสมั่นที่มีรากฐานมาจากอาหารของมุสลิมอีกเช่นเดียวกัน โดยเขาจะนำเนื้อสันคอหมูและหมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมหมักกับน้ำพริกแกงฮังเลที่โขลกเอง ก่อนนำไปผัดในกระทะเติมน้ำเล็กน้อยผักเคี่ยวจนหมูเปื่อยนุ่ม ใส่หอมใหญ่ ขมิ้นขาวหรือหรือขิงอ่อนซอย ถั่วลิสง ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขามเปียก น้ำปลา สั่งมากินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนลืมอิ่ม ในราคาถ้วยละ 60 บาท

 

 

แคปหมู..ดูเหมือนธรรมแต่ขอบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะแคปหมูของที่นี่เขาจะปรุงเองทอดเองใหม่สดทุกวัน โดยเขาจะใช้หนังหมูส่วนท้องตัดแต่งมันออกเล็กน้อย นำไปต้มในน้ำเดือดที่มีส่วนผสมของเกลือป่น ก่อนนำไปตากแห้งหั่นเป็นชิ้นพอคำนำไปทอดในน้ำมันร้อนฉ่าจนฟูกรอบ ความอร่อยอยู่ที่แคปหมูที่มีรสชาติเค็มเล็กน้อย เคี้ยวกินได้กรอบกรุบสนุกปากเสียงดังกร๊อบแกร็บจนลืมอายโต๊ะข้างๆ ในราคาแค่ถุงละ 20 บาท

 

 

ไส้อั่ว..ที่ร้านนี้เขาจะทำเองใหม่สดทุกวัน ซึ่งคำว่า “อั่ว” นั่นหมายถึงใส่หรือแทรกลงไปในไส้หมู โดยเขาจะใช้เนื้อหมูบด ใบมะกรูดหั่นละเอียด ผักชี ต้นหอมซอย คลุกเคล้ากับน้ำพริกแกงที่มีส่วนผสมของตะไคร้และสมุนไพรไทยยัดใส่ในไส้หมูคล้ายไส้กรอก ก่อนนำไปย่างบนไฟอ่อนๆ จนสุกหอม หั่นเป็นชิ้นๆ เสิร์ฟมาในจานพร้อมผักเครื่องเคียง ในราคาจานละ 70 บาท

 

 

นอกจากนี้ก็ยังมี “น้ำพริกอ่อง” และ “น้ำพริกหนุ่ม” ที่ไม่ควรพลาดจะสั่งมาลองชิม สถานที่ตั้งของ “ร้านประตูเวียง” จะอยู่ปากทางเข้าตลาดสายไหม กทม. 19 เขตสายไหม กรุงเทพฯ ใกล้ตลาดวงศกร สามารถมาได้ทั้งด้านถนนสุขาภิบาล 5 และจากถนนสายไหม เปิดบริการทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.30-16.00 น. หยุดร้านทุกวันจันทร์ นอกจากนี้ที่ร้านยังมีบริการส่งอาหารทาง GrabBike โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 06-4929-9271 สะดวกกันเมื่อไรก็ขอเชิญแวะเวียนมาเยี่ยมกันได้นะคะ