วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 06:25 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

บ้านเมืองพระเครื่อง

อ. วันชัย : วันจันทร์ ที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 19.28 น.

พระเด่นคนดังบ้านเมืองออนไลน์ ( 2 พ.ย.63)

 

“พระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน” อาจารย์ ต้อยเมืองนนท์

 

 

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองนายกสมาคมผู้นิยมพะเครื่องพระบูชาไทย  ประธานคณะกรรมการรับและตัดสินพระของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เจ้าของพระเป็นผู้ชำนาญการพระกรุพระเบญจภาคีอรรถาธิบายไว้ดีในหนังสือเล่มโต “คัมภีร์พระกรุเมืองไทย” ว่าพระรอดขุดพบที่วัดมหาวันเพียงแห่งเดียวเท่านั้นเป็นพระเนื้อดินเผาละเอียดหนึกนุ่ม องค์พระนั่งขัดเพชรปางมารวิชัยพื้นผนังใบโพธิ์เป็นศิลปะทวาราวดี-ศรีวิชัย เป็นรูปแบบเฉพาะของสกุลช่างหริภุญไชย ช่วงศตวรรษที่ 17 ลักษณะแม่พิมพ์แยกได้ 5 พิมพ์ทรง คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อและพิมพ์ตื้น องค์นี้เป็นพระรอดพิมพ์ใหญ่


 

“พระร่วงยืนหลังลายผ้า เนื้อตะกั่วสนิมแดง”

 

 

พระร่วงหลังลายผ้า กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นพระปางยืนประทานพร ศิลปะเขมรยุคบายน พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2430 และพบต่อมาอีกในปี พ.ศ.2455 และ 2558  อายุของพระร่วงลายผ้ามากกว่า 800 ปี จึงมีสันนิษฐานว่าขอมเป็นผู้สร้างไว้ในช่วงที่ปกครองเมืองละโว้ เป็นพระตะกั่วสนิมแดงด้วยอายุอยู่ในกรุ วงการพระเครื่องแจกแจงว่ามี 2 พิมพ์คือพระร่วงยืนพิมพ์ใหญ่และพระร่วงยืนพิมพ์เล็ก  ที่น่าสนใจคือมีการสันนิษฐานว่าพระร่วงหลังลายผ้าของเมืองลพบุรีกับพระร่วงหลังรางปืนของสวรรคโลกน่าจะสร้างพร้อมกันเพราะดูแล้วสกุลช่างเดียวกัน พระร่วงลายผ้าลพบุรีองค์นี้ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน


 

“พระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์”

 

 

หลวงพ่อแก้วถือกำเนิดจากจังหวัดเพชรบุรี ท่านอุปสมบทที่วัดพระทรงเมืองเพชรก่อนที่จะเดินธุดงค์ไปถึงวัดเครือวัลย์เมืองชล พระปิดตาหลวงพ่อแก้วเป็นพระเนื้อผงคลุกรัก  หรือจุ่มรัก เป็นเนื้อสีกะลาละเอียดมีทั้งเม็ดสีแดง  สีน้ำตาลอมดำ คนโบราณเรียกว่า “เนื้อกะลา” บางองค์ปิดทองเก่าพระของท่านของแท้พุทธคุณสูงจึงมีผู้แสวงหาด้วยราคาแพง ที่นิยมสะสมมีทั้งพิมพ์ใหญ่หลังแบบ หลังเรียบ หลังยันต์  พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก  และยังพบพิมพ์เนื้อตะกั่วอีกด้วย พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ใหญ่หลังแบบองค์นี้ของ โก๊ะ ศรีราชาเป็นองค์ดาราอยู่ในวงการขณะนี้


 

“พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่”

 

 

พระผงสุพรรณ เป็นพระเนื้อดินเผาที่มีขนาดเล็กศิลปะพระพุทธรูปสมัยอู่ทองกรุวัดพระศรีมหาธาตุพิมพ์หน้าแก่ เหตุที่เรียกว่าพิมพ์หน้าแก่ใช้เรียกตามพุทธลักษณะขององค์พระ ในจาลึกลานทองบอกว่ามี 2 ชนิด พระผงสุพรรณเนื้อดินเผา และทำจากแร่ธาตุโลหะ เรียกว่าพระผงสุพรรณยอดโถ พระผงสุพรรณเนื้อดินเผามีสีสันวรรณะเป็นเช่นเดียวกับพระเนื้อดินเผาทั่วไป องค์ที่ถูกเหงื่อผ่านการใช้จะหนึกนุ่มซึ่งจัด หลายท่านสงสัยด้านหลังลายนิ้วมือใหญ่เป็นลอยนิ้วมือคนโบราณที่เรียกว่าก้นหอยมีจารึกในลานทองว่าพระฤาษีอัญเชิญเทวดามาช่วยทำ และลายนิ้วมือนั้นเป็นลายนิ้วมือของมหาเถร ปิยะทัสสะสี ศรีสาลีบุตร คือเป็นใหญ่เป็นประธานในที่นั้น พระผงสุพรรณองค์นี้พิมพ์หน้าแก่ มีใบรับรองพระแท้จากร้านต้น ท่าพระจันทร์  หนึ่ง สมุย  ขอแบ่งบูชาเข้าร้านพระเครื่องที่สมุยเรียบร้อยแล้วสอบถามเพิ่มเติม โทร.084-6533155


 

“พระบูชาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปี 13 เนื้อนวะ”

 

 

พระบูชาสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชจันทบุรี องค์นี้หล่อตันกว้าง 8 นิ้วสูง 15 นิ้ว  จัดสร้างที่ค่ายตากสินมหาราช จังหวัดจันทบุรี ปี พ.ศ.2531 โดยนาวาเอกพิสัย ปานใจ ประธานจัดสร้างทำพิธีใหญ่มีพระคณาจารย์ทุกภาคประเทศไทยส่งแผ่นทองจารอักขระร่วมหลอมหล่อมากว่า 70 องค์  พระคณาจารย์ลงปลุกเสก วันที่ 29 ตุลาคม 2531ประกอบด้วย สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศ ประธานเททองและนั่งปรกอธิษฐานจิต พร้อมพระเกจิดัง ยุคนั้น หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง หลวงพ่อคงวัดวัดสรรพรส จันทบุรี ครูบาชัยวงศาพัฒนา วัดพระบาทห้วยต้น เชียงใหม่ อาจารย์เปลี่ยนวัดอรัญญวิเวก เชียงใหม่  หลวงพ่อเหรียญวัดอรัญบรรพต หนองคาย หลวงพ่อเริ่ม ปรโมวัดจุกกะเฌอ และหลวงพ่อน้อยวัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์ พระเจ้าตากสินมหาราช เนื้อนวโลหะองค์นี้ตั้งโชว์อยู่ที่ร้าน เคี้ยง ยศเส งดงามมากสนใจไปชมได้เปิดทุกวัน มณเทียรพลาซ่ายุคใหม่


 

“พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่มองค์แชมป์”

 

 

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม องค์ของพลตรี เฉิดวิทย์ กองจินดา นำมาให้ชมกันวันนี้ท่านบอกว่าเป็นพระที่ท่านได้รับตกทอดมาไม่ผ่านการใช้คราบใครยังมีให้เห็นรำไรในซอกในมุมลึกขององค์พระทั่วไปดูคมชัดทุกสัดส่วน พระพัตร พระนาสิก พระอุระ พระกรทอดเรียว มีลักษณะคล้ายมนุษย์ ผู้รู้เคยกล่าวว่าพระผงสุพรรณเป็นพระสกุลช่างอู่ทอง มีความสวยซึ้งยกให้เป็นพระที่มีความงดงามองค์หนึ่งในสยาม  พระผงสุพรรณเป็นพระกรุพบที่เจดีย์ใหญ่วัดพระศรีรัตนหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี มีส่วนผสมหลักเนื้อดินผสมว่านเกสร เนื้อพระละเอียด ด้านหลังมีลายมือคนโบราณค่อนข้างใหญ่คล้ายก้นหอย ขอบคุณผู้การเฉิดวิทย์ที่ส่งรูปพระมาให้ชมพระหน้าใหม่ไว้ในโอกาสนี้


 

“เหรียญเงินแพรแถบเสด็จประพาสอเมริกาและยุโรป ปี 03”

 

 

เหรียญเสด็จประพาสยุโรปและอเมริกาเนื้อเงินพิมพ์ใหญ่ ปี 2503  เป็นเหรียญที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดเกล้าฯให้จัดสร้างขึ้นในวโรกาสที่ในหลวงและพระราชินีเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป 15  ประเทศระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน 2503 และเสด็จกลับสู่พระนครวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2504  ทั้งนี้เป็นการแสดงความจงรักและภักดีแด่พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินี  เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบเหรียญแรกที่ออกจำหน่ายทั่วไปให้คนไทยทั้งประเทศประดับได้ เหรียญละ 50 บาท ผู้การวีรพันธ์ ท่านเป็นผู้ชำนาญเหรียญที่ระลึก ท่านศึกษาสะสมเหรียญที่ระลึกมากว่า 40 ปี เคยเป็นกรรมการรับตัดสินเหรียญที่ระลึกในงานประกวดพระเครื่องมาแล้ว สนใจแวะไปชมได้ที่ร้าน “ไชยมงคล” ห้างพระเครื่อง sc พลาซ่าสายใต้ใหม่ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ เจ้าของวลี “ของเก่าเลือกเจ้าของ  สมบัติผลัดกันชม”


 

“พระนางพญาพิมพ์เข่าตรงองค์ของ ดร.รัชพล ก้อง โบราณศิลป์”

 

 

พระนางพญามีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์หลายวัด มีทั้งพิมพ์เข่าตรง เข่าโค้ง มือตกเข่า  อกนูนใหญ่ อกนูนเล็ก พิมพ์สังฆาฏิและพิมพ์เทวดา พระนางพญาเป็นศิลปะแบบสุโขทัย ปางมารวิชัย ของเก่าโบราณแม้รัชกาลที่ 5 ทรงนำพระนางพญาจังหวัดพิษณุโลกมาบรรจุกรุที่กรุงเทพ จึงมีการพบพระนางพญาในวังหน้า ที่วัดสังขจายน์ และวัดอินทร์ มีทั้งแบบลงรักปิดทองอีกด้วย  ส่วนพระนางพญาพิมพ์เข่าตรงองค์นี้เป็นพระนางพญาที่เผาไม่สุกตลอดสันนิษฐานอยู่รอบนอกเตาเผาทำให้ความร้อนไม่พอ สีจึงไม่เสมอกัน พระนางพญาเข่าตรงองค์นี้ของ ดร.รัชพล แซ่ลิ้ม หรืออาจารย์ก้องโบราณศิลป์


 

“พระร่วงหลังรางปืน  หนึ่งในห้าอันดับพระยอดนิยม”

 

 

พระร่วงหลังรางปืนเป็นพระศิลปะเขมรยุคบายน มีพุทธลักษณะเป็นพระยืนประทานพรภายในซุ้มเรือนแก้ว ยอดซุ้มเป็นลายกนกแบบซุ้มกระจังหรือเรือนแก้วด้านหลังมีร่องกดลึกลงไปเป็นทางยาวตลอดจึงเรียกตามลักษณะของลอยร่องนี้ว่าหลังกาบหมาก  ต่อมามีผู้นำพระไปใช้มีประสบการแคล้วคลาดจากปืนผาหน้าไม้โดยเฉพาะเรื่องปืนประกอบกับด้านหลังองค์พระมีรอยคล้ายร่องปืนจึงเรียกกันต่อมาว่า “หลังรางปืน” ท่านผู้รู้บอกว่าใช้แทนกันได้ระหว่างพระร่วงสุโขทัยกับพระร่วงลพบุรี องค์นี้อยู่ในครอบครองของเสี่ยชาญชัย แซ่ฟู


 

 “พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว หลังพระสังกัจจายน์”