วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564 12:12 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

บ้านเมืองพระเครื่อง

อ. วันชัย : วันเสาร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 16.39 น.

“บอย กิ่งแก้ว” เซียนพระหนุ่มไฟแรง จากเด็กไม่เอาถ่านสู่วงการพระสุวรรณภูมิ

 

♦♦♦ นิรันดร์ น้อยวานิช บอย กิ่งแก้ว สุวรรณภูมิเป็นคน ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พ่ออดีตเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบางแก้ว  พยายามเคี่ยวเข็ญให้ลูกชายนายบอยคนนี้เรียนหนังสือมาตั้งแต่อยู่ชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสลุด จบแล้วส่งให้เรียนต่อที่โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และส่งให้เรียนจนจบชั้น ปวช. ที่วิทยาลัยกรุงเทพช่างกล ช่วงวัยเด็กย่างเข้าวัยรุ่น บอย กิ่งแก้วยอมรับว่าเกเรไม่เอาไหนเรื่องการเรียนชอบหนีโรงเรียน พูดได้เลยว่าชีวิตเด็กรุ่นๆทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปไม่เอาถ่าน ได้คุณพ่อคุณแม่นี่แหละประคับประคองเคี่ยวเข็ญให้เรียนจนจบอนุปริญญา

 

 

♦♦♦ “ชีวิตพลิกผัน” ตอนอายุ 20 ได้บวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ที่วัดสลุดอยู่ใกล้บ้านได้เรียนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเข้าโบสถ์ไหว้พระสวดมนต์เป็นกิจวัตรของสงฆ์จนครบ 1 พรรษา ทำให้ชีวิตบอย กิ่งแก้วเริ่มดีขึ้นเปลี่ยนไปจากไม่สนใจการทำมาหากิน  กลับคิดได้ว่าสึกมาแล้วต้องมีอาชีพทำงานหาเงินเลี้ยงพ่อแม่ครอบครัวให้ได้  ทำให้คิดได้ในตอนนั้นว่าอาชีพที่เราทำได้แน่และใจเราก็ชอบคือ อาชีพค้าขายจะเป็นอะไรก็ได้ให้มีกำไรได้เงิน บอยลองผิดลองถูกค้าขายหลายอย่างกระทั่งมองเห็นการขายตุ๊กตาระบายสี กับขายรองเท้าแฟชั่นยุคนั้นกำลังฮิทก็ลงมือศึกษาหาความรู้และจับสองสิ่งนี้เป็นอาชีพแรก ออกตระเวนขายตามตลาดนัดหลายแห่งขายดีมีรายได้ทำมาค้าขายอาชีพนี้นานถึง 17 ปี

 

 

♦♦♦ “บอย กิ่งแก้ว เลิก ค้าขายไปดูแลงานรับเหมาก่อสร้างกิจการของครอบครัว คุณพ่อได้ให้พระหลวงปู่เผือกวัดกิ่งแก้วมาองค์หนึ่งเป็นเหรียญเสมาเล็กหลังแม่นางกวักกล่าวกันว่ามีพุทธคุณดีทางเมตตามหานิยมให้ไว้คุ้มครองตัวเอง ทำให้บอย มีความรู้สึกชอบและรักพระองค์นั้นมากทั้งที่ช่วงนั้นยังไม่รู้จักเรื่องพระหลวงปู่เผือกมาก่อนบอยเริ่มสนใจ สอบถาม และศึกษาหาความรู้ จากเพื่อนที่รู้จักกันดีสองคนนี้ คือ คุณกร พุทธคุณ และ คุณฉ่อง ทั้งสองคนมีความรู้เรื่องพระเครื่องวัดกิ่งแก้วเป็นอย่างดี แนะนำสอนการดูพระหลวงปู่เผือกวัดกิ่งแก้วแยกแท้ปลอมให้มีความรู้พอดูได้บ้าง

 

 

♦♦♦  บอย กิ่งแก้วบอกด้วยว่า ความสนใจพระเครื่องทำให้ตนเองไปตามบ้านญาติพี่น้องในย่านใกล้เคียงนั่นแหละถามหาพระเครื่องหลวงปู่เผือกพอได้มาให้เพื่อนดู เพื่อนแนะนำให้ลองประมูลในกลุ่มพระแท้ของชมรมพระเครื่องสุวรรณภูมิเช่ามา 100 บาท ประมูลได้ 500 บาท ดีใจมากคิดได้ทันทีว่านี่เป็นอาชีพหาเงินได้อีกทางหนึ่ง จากนั้นมาบอยก็ศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังจากอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊ค จากนิตยสารพระเครื่องและจากหนังสือพระหลวงปู่เผือกโอ๋ หนามแดง  เพื่อแยกแยะลองผิดลองถูกแต่ละรุ่นได้ วันไหนเช่าบูชาได้มาก็จะนำไปประมูลในกลุ่มเฟสบุ๊คพระสายนี้  วันเวลาผ่านไปทำให้กลับกลายเป็นคนชื่นชอบพระเครื่องอย่างจริงจัง กระทั่งได้รู้จักกับท่านอาจารย์ตี๋ สุวรรณภูมิ ประธานชมรมพระเครื่องสุวรรณภูมิ ท่านได้เมตตาชวนผมเข้าร่วมอยู่ในชมรม แนะนำการเล่นหาพระเครื่อง การอยู่ในวงการพระเครื่อง สอนการดูพระหลวงปู่เผือกให้โอกาส อะไรไม่รู้ให้สอบถามก่อนตัดสินใจทำให้ตนเองมั่นใจในการซื้อขายมากขึ้น บอยจึงให้ความเคารพ อ.ตี๋เป็นครูเป็นอาจารย์ ด้านพระเครื่องของตนเอง