วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564 07:23 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

บ้านเมืองพระเครื่อง

อ. วันชัย : วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 22.11 น.

“ชลธิชา” ผู้ศรัทธาสายเทพ องค์เซียน พระพรหม แหล่งรวมวัตถุมงคลเซียนแปะโค้ว หัวตะเข้

 

 

♦♦♦ “ชลธิชา เป็นใครทำไมจึงมีความศรัทธาสะสมสายเทพ องค์เซียน มีทั้งองค์แปะโค้ว หัวตะเข้ เซียนแปะโรงสี วัดศาลเจ้า พ่อปู่ยี่กอฮง ท้าวเวสสุวรรณ พระพิฆเนศ ท้าวสหบดีพรหม และองค์เซียนจีนต่างๆ  ชลธิชา สุขเจริญสมบัติ  มีความศรัทธาเลื่อมใสสนใจศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังเกี่ยวกับองค์เซียน องค์เทพ พระพิฆเนศ พระพรหมใช้เวลามานานกว่า 5 ปี ไปกราบไหว้ทุกองค์เซียน องค์เทพ พระพิฆเนศ พระพรหม ที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ทั่วเมืองไทยมาแล้ว ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของชลธิชาจากการขอได้ไหว้รับจากองค์เทพ องค์เซียนต่างๆ เมื่อใดมีความทุกข์เดือดร้อนใจ การงานติดขัด จะขอให้องค์เทพ องค์เซียนแปะเหล่านี้ขจัดทุกข์ทำให้ชีวิตผ่านมาได้อย่างราบรื่น ชลธิชาจึงประสงค์เผยแพร่เซียนแปะโค้ว หัวตะเข้ ผู้มีคุณธรรม จิตใจงามชอบช่วยเหลือผู้อื่นท่านจึงหลุดพ้นจากทุกข์ได้

 

 

♦♦♦ "องค์เซียนแปะโค้ว หัวตะเข้ เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว เกิดที่ตำบลถั่วเถ้า อำเภอแต้เอี้ยะ มณฑลกวางตุ้ง เดินทางจากเมืองจีนเข้ามาหากินในเมืองไทย ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี อยู่ในช่วงรัชกาลที่ 4-5 ระยะแรกๆ ท่านทำงานเป็นลูกจ้างในสวนผักย่านตลาดหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง  เวลาว่างจะไปรับใช้ในศาลเจ้าเล็กๆ ในตลาดหัวตะเข้  เป็นคนมีจิตใจงาม มีคุณธรรม ใจบุญสุนทานและชอบช่วยเหลือผู้อื่น ท่านปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐาน โดยเชื่อว่าทำให้หลุดพ้นจากทุกข์ได้  จึงอุทิศตนรับใช้ศาลเจ้าแห่งนั้นปัดกวาดศาลเจ้าจนสะอาด  มีผู้คนเข้ามากราบไหว้บูชาศาลเจ้ามากขึ้น และเริ่มมีการทำบุญสะเดาะเคราะห์ เติมน้ำมันตะเกียงที่เรียกว่า "โต้ยเฮียอิ้ว"  เพื่อเป็นนิมิตหมายให้เกิดพลังอำนาจแสงสว่างแก่ชีวิต มีความเจริญรุ่งเรือง

        

 

 

♦♦♦ “องค์เซียนแปะโค้วแห่งโรงเจฮะเฮงตั้ว หัวตะเข้ เป็นคนรักกันอ่านและศรัทธาในตัวอักษรทุกๆเช้าท่านจะเก็บกระดาษที่ชาวบ้านทิ้งขว้างอยู่ในโรงเจ เป็นกระดาษที่มีตัวอักษรปรากฏอยู่ท่านเชื่อว่าตัวอักษรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือนครูบาอาจารย์ ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้มนุษย์มีคุณค่าทางปัญญา ท่านสนใจปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐานมาก เดินทางด้วยเท้าเปล่าไปรับใช้โรงเจที่พระพุทธบาทเป็นเวลา 1 เดือนเต็มที่พระพุทธบาทสระบุรี ทำตลอดมาทุกปี ก่อนที่องค์เซียนแปะโค้วจะเสียชีวิตท่านได้ทำโรงไม้ฉำฉา เข้าไปปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐาน โดยกำหนดระยะเวลา 100 วัน และกำชับห้ามมิให้ใครรบกวนสมาธิเด็ดขาด เมื่อครบกำหนด 100 วันจึงให้เปิดออกได้ ถ้าศพของท่านเน่าเปื่อย ให้นำไปเผา แต่ถ้าไม่เน่าเปื่อย จะดำเนินการใดก็แล้วแต่ เมื่อครบกำหนด 100 วันทุกคนจึงเปิดโรงไม้ฉำฉาออก ปรากฏว่าท่านเสียชีวิต ในท่านั่งปฏิบัติธรรมสมาธิ  ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ ปีมะโรง พ. ศ 2448  สิริอายุ 26 ปีร่างไม่เน่าไม่เปื่อย ศพของท่านจึงเป็นอมตะ