วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 02:26 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

บ้านเมืองพระเครื่อง

อ. วันชัย : วันเสาร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.25 น.

“ปอนด์ เทวบดี” นักสะสมพระเครื่องรุ่นใหม่ไฟแรง

 

 

♦♦♦ ศักดา ลูกน้ำเพชร หรือ ปอนด์ เทวบดีเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงครามโดยกำเนิด บ้านเกิดอยู่ในตัวเมือง ทางบ้านทำการค้าเปิดร้านขายอะไหล่เครื่องเรือประมง สมัยเป็นเด็กคุณพ่อส่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จังหวัดชลบุรี จบแล้วเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ “ABAC”  หัวหมาก กรุงเทพมหานคร คณะนิติศาสตร์ จบปริญญาตรี ขณะนี้กำลังเรียนต่อปริญญาโทคณะนิติศาสตร์ อยู่ที่ NIDA สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ กรุงเทพฯ ด้วยสายเลือดเป็นคนสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่มีพระเกจิอาจารย์โด่งดังหลายองค์เช่น หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี หลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี หลวงพ่อพระมหาสุรศักด์ วัดประดู่พระอารามหลวงเป็นต้น ได้เห็นคุณพ่อสะสมพระเครื่องมาตั้งแต่เด็ก มารู้ภายหลังว่าท่านเก็บพระหลวงพ่อปานวัดบางนมโค อยุธยา ส่งประกวดได้โล่รางวัลที่ 1 ก็มีเยอะ จึงได้ยินได้ฟังเรื่องราวของพระเครื่องหลวงพ่อปานบ่อยมากทำให้มีความศรัทธาและชื่นชอบพระเครื่องมากขึ้น

 

 

 

♦♦♦ “ปอนด์ เทวบดี บอกด้วยว่าได้เห็นคุณพ่อแบ่งขายพระเครื่องหลวงพ่อปานที่สะสมไว้ให้เพื่อนพ้องนักสะสมพระไปก็นึกเสียดายจึงหันมาสนใจศึกษาหาความรู้พระหลวงพ่อปานจากนิตยสารพระเครื่องว่าท่านเก่งท่านดีทางไหนคนจึงอยากได้กันนัก มารู้อีกทีคุณพ่อแบ่งขายไปหมดแล้ว ต้นปี พ.ศ.2562 อาจจะเป็นการบังเอิญหรือเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เป็นได้ที่ตนเองได้มีโอกาสซื้อพระหลวงพ่อปานที่คุณพ่อขายไป มีอยู่ในหนังสือที่ซื้อมาอ่านมาศึกษาหาความรู้เรื่องพระเครื่องซื้อกลับคืนมาได้องค์หนึ่งเป็นพระหลวงพ่อปานพิมพ์เม่นเล็ก ซื้อมาพร้อมหนังสือพระชนะการประกวดมีรูปพระและมีชื่อคุณพ่อเป็นเจ้าของพระอยู่ด้วย เป็นพระองค์แรกที่ปอนด์ได้เช่ามาบูชา

 

 

♦♦♦ “ปอนด์ เล่าถึงมูลเหตุที่ไปหาหลวงพ่ออิฏฐ์วัดจุฬามณี ว่าปีพ.ศ. 2557 กลุ่มเพื่อนได้ปรารภว่าจะสร้างพระพุทธชินราชไปถวายวัด รู้ว่าผมเป็นคนพื้นที่จังหวัดนี้มีหลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณีเป็นพระเกจิที่โด่งดังจึงไหว้วานให้ไปขอความเมตตาจากหลวงพ่อขอชนวนมวลสารแผ่นยันต์ ตนเองจึงทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรกราบเรียนวัตถุประสงค์ให้หลวงพ่อทราบและไปหาท่านที่วัดถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกไม่พบฝากหนังสือไว้ ครั้งที่ 2 ไปอีกไม่พบแต่ได้แผ่นยันต์กลับมา ครั้งที่ 3 ไปวันงานไหว้ครูหลวงพ่ออิฏฐ์ ในปี พ.ศ.2557 นั่นแหละ จึงได้พบเข้ากราบท่านตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเอแบค ได้เห็นท่านจึงรู้ว่าหลวงพ่ออิฏฐ์เป็นพระที่มีเมตตาต่อทุกคนไม่เลือกชั้นวรรณะ หลวงพ่อได้ให้ผมเข้าไปกราบใกล้ๆยื่นมือมาให้นวดข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งท่านล้วงลงไปในย่ามครู่เดียวก็หยิบ “เหรียญจำปี ท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก ปี 2545 เนื้อทองแดงใส่มือ พร้อมกับ เหรียญเทวบดี ปี 2542 และยังให้กล้องส่องพระมาด้วยอีกหนึ่งอัน ทำให้ผมมีความซาบซึ้งในความมีเมตตาของหลวงพ่ออิฏฐ์และมีความดีใจเป็นที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนจึงทำให้มีความศรัทธาแรงกล้าไปมารับใช้หลวงพ่ออิฏฐ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

 

 

♦♦♦ “ฉายา ปอนด์ เทวบดี มาจากไหนใครตั้งให้ผู้เขียนถาม ปอนด์ ตอบทันที่ว่า หลวงพ่ออิฏฐ์นี่แหละครับตั้งฉายานี้ให้ผม ท่านเขียนใส่กระดาษแผ่นหนึ่งยื่นให้ผม มีข้อความว่า ให้ศักดา ลูกน้ำเพชร เปลี่ยนเป็นฉายาว่า ปอนด์ เทวบดี พร้อมลายเซ็นหลวงพ่อกำกับไว้ให้ด้วย หลังจากที่ผมเรียนจบปริญญาตรีแล้วได้ไปทำงานหาประสบการณ์ชีวิตอยู่พักหนึ่งได้เพื่อนพ้องในที่ทำงานรู้ว่าผมอยู่กับหลวงพ่ออิฏฐ์ก็มาขอแบ่งวัตถุมงคลทำให้ผมได้ซื้อขายไปมากเหมือนกันครับ ผมได้ลาออกจากงานไปช่วยงานค้าขายอะไหล่เครื่องเรือประมงที่บ้านและใช้เวลาว่างไปวัดและศึกษาพระเครื่องหลวงพ่ออิฏฐ์ทุกรุ่นจนสามารถแยกแท้เก๊ซื้อขายได้ด้วยตนเอง และมีกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่คือ ฮอลล์ อัมพวา และ ป๊าเอ้ จุฬา ชวนให้ไปอยู่ร่วมทีม คุณภูดิศ นนทพิมลชัย นักสะสมพระเครื่องและนักธุรกิจชื่อดังบางบัวทอง เป็นที่ปรึกษาให้