อื่นๆ » คอลัมน์
บ้านเมืองพระเครื่อง
เจษ เมืองนนท์ : วันพฤหัสบดี ที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.22 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ตรียัมปวาย ปรมาจารย์พระสมเด็จ “บ้านเมืองพระเครื่อง” โดย..อ.เจษ เมืองนนท์
“ตรียัมปวาย ปรมาจารย์พระสมเด็จ” สืบสานพระสมเด็จ-ทำเนียบเซียน “บ้านเมืองพระเครื่อง โดย..อ.เจษ เมืองนนท์
มีคำกล่าวเอาไว้ว่า "เมืองไทยไม่เคยสิ้นแสงแห่งปราชญ์" อันเป็นคำพูดของคนเก่าแก่ที่กล่าวขานกันมาแต่โบร่ำโบราณ และปรากฏสงชัดเจนตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา แม้แต่ในวงการพระเครื่องก็มีปราชญ์เกิดขึ้นทุกสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบัน จนอาจกล่าวได้ว่า เมืองไทยมีเซียนพระที่มีความรู้มากที่สุดในโลก
ด้วยสมบัติอันล้ำค่านี้เอง บ้านเมืองพระเครื่องจึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมเพื่อประกาศเกียรติคุณปราชญ์ยอดเซียนเหล่านั้นให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย โดยจะรวบรวมทั้งเซียนรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน เพื่อนำท่านเหล่านั้นก้าวขึ้นสู่ "ทำเนียบเซียน" เพื่อจารึกไว้ในหอเกียรติยศพระเครื่องไทยตลอดไป

ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร รุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ขอเพียงให้มีความรู้ที่แตกฉาน ท่านก็มีสิทธิ์ขึ้น "ทำเนียบเซียน" นสพ.บ้านเมืองได้ทุกคน..!
ด้วยเกียรติยศอันล้ำเลอค่านี้ "ทำเนียบเซียน" จึงขอเริ่มต้นด้วย อาจารย์ ตรียัมปวาย ปรมาจารย์พระเครื่องผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย
หากจะพูดถึงพระสมเด็จแล้ว ตำราที่เป็นดั่งคัมภีร์ในการศึกษาก็คือปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง ของท่านตรียัมปวายที่เขียนไว้เมื่อ 60 ปีก่อน

ตรียัมปวาย ที่เปรียบดังอาจารย์ใหญ่ของวงการพระเครื่องนั้น ท่านมีชื่อจริงว่า พันเอกพิเศษ ประจณ กิตติประวัติ มีนิวาสถานแถววัดกัลยาณ์ ฝั่งธนบุรี ศึกษาพระเครื่องตั้งแต่ช่วงปี พศ.2485-2520 โดยเป็นผู้บัญญัติศัพท์คำว่า "ไตรภาคี"ขึ้นเป็นคนแรกอันประกอบด้วย พระรอดลำพูน(ศิลปะทวารวดี) พระนางพญา(ศิลปะอยุธยา) และพระสมเด็จ(ศิลปะรัตนโกสินทร์) ต่อมาจึงได้เพิ่มพระซุ้มกอ(ศิลปะสุโขทัย) และพระผงสุพรรณ(ศิลปะอู่ทอง) โดยกำหนดชื่อเป็นพระชุด"เบญจภาคี"ที่เรียกขานกันจนถึงยุคปัจจุบันนี้
ทั้งๆ ที่เป็นบุคคลผู้มีคุณูปการอย่างสูงในลำดับต้นๆ ต่อวงการพระเครื่อง น่าประหลาดใจว่า กลับไม่มีข้อมูลเชิงลึกของบุรุษผู้นี้มากไปกว่าชื่อสกุลที่เขียนแบบสับสน เราแทบไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับท่านเลย ไม่ว่าวันเดือนปีชาตะ-มรณะ การศึกษา ครอบครัว ภาพถ่าย หน้าที่การงานตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณ

คล้ายว่าคุณประจญ (ประจน-ผจญ) จงใจจะฝากชื่อของ “ตรียัมปวาย” ฝากไว้ในแผ่นดินให้คนรุ่นหลังรู้จักมากกว่าที่จะให้จดจำชื่อสกุลจริง
เมื่อพิเคราะห์นามปากกา ก็รู้ทันทีว่าเจ้าของนามมีกึ๋นขนาดไหนถึงกล้าใช้ พระราชพิธีโล้ชิงช้าของศาสนาพราหมณ์จากอินเดียใต้ที่เกี่ยวข้องกับเทพตรีมูรติ สะท้อนถึงองค์ความรู้ของผู้ตั้งนามฉายานี้ว่าคงต้องเป็น “ผู้คงแก่เรียนแลเจนจัดเรื่องลัทธิพิธี” พอตัว
นักเขียนบทความแนวพระเครื่องที่ร่วมสมัยกับตรียัมปวาย ก็มี ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ ร.อ. หลวงบรรยุทธชำนาญ และพินัย ศักดิ์เสนี
จุดร่วมของเหล่าเกจิยุคนั้นคือ ล้วนมองพระเครื่องว่า มีสภาวะที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “พุทธศาสตร์” กับ “วิทยาศาสตร์” ส่วนเรื่อง “อิทธิปาฏิหาริย์” (ไสยศาสตร์) นั้น ถือเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล
โดยเฉพาะตรียัมปวายนี่ กว่าจะสรุปคุณค่าความโดดเด่นของพระได้องค์หนึ่ง ต้องปูพื้นความรู้ทางศาสนาเปรียบเทียบ สภาพภูมิศาสตร์ของเมืองลำพูน พรรณนาเรื่องโบราณคดีทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี หริภุญไชย อย่างละเอียดลออ
เห็นได้ว่า การทำงานของคนรุ่นตรียัมปวาย ได้อุทิศทุ่มเทค้นคว้ากันด้วยชีวิต ไม่ใช่ปั่นกระแสซื้อๆ ขายๆ หรือลวงโลกอวดอ้างไสยศาสตร์เหนือองค์ความรู้ เฉกเช่นเหลือบพระเครื่องบางคนในยุคหลังๆ
งานเขียนทุกชิ้นของตรียัมปวายเต็มไปด้วยคุณภาพคับแก้ว 3 ด้าน
หนึ่ง แน่นวิชาการมาก ไม่ยอมปล่อยผ่านแม้จุดคลุมเครือเล็กๆ น้อยๆ
ข้อสอง ภาษาที่ตรียัมปวายใช้นั้น เป็นภาษาที่สละสลวยมาก เขาบัญญัติศัพท์แสงขึ้นมาใหม่มากมาย ไม่เคยจนถ้อยคำ
ข้อสุดท้าย ความคิดสร้างสรรค์ของเขา สามารถเอาศาสตร์และศิลป์ที่ซุกซ่อนในพระแต่ละองค์มาตีแผ่ให้เราเรียนรู้ได้อย่างรอบด้าน

วิธีการศึกษาของปรมาจารย์พระเครื่องนั้นต่างจากนักวิชาการสาย Academy คือไม่ได้มุ่งเน้นแค่ Style ศิลปะยุคต่างๆ ตามแนวทางประวัติศาสตร์ศิลป์ หากแต่ยังเน้นศาสตร์แห่งองค์ประกอบที่ว่า กว่าช่างยุคก่อนจักสร้างพระสำเร็จได้องค์หนึ่งนั้น เขาต้องมีผัสสะ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย + ใจ) ที่ลุ่มลึกยิ่ง ฉะนั้น เราผู้เสพก็ต้องรู้เท่าทันในศาสตร์แห่งอายตนะเหล่านั้นด้วยเช่นกัน
ภาษาบ้านๆ ที่พวกเราคุ้นหู ก็คือการจำแนกเนื้อดิน เม็ดผด ผิวสี รอยราน รอยตำหนิ กลิ่นว่าน เป็นต้น แต่ว่าตรียัมปวายสามารถสาธยายรายละเอียดทุกซอกทุกมุมของพระพิมพ์ทุกสกุล ออกมาเป็นทฤษฎีหนาปึ้ก จัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ที่เราต้องทึ่ง ดังนี้
หลักทางทัศนีย์วิทยา ว่าด้วยมิติความตื้นลึกหนาบาง, หลักสกายทฤษฎี ว่าด้วยองคาพยพของพระปฏิมา, รงคทฤษฎี ว่าด้วยเรื่องวรรณะสี, หลักฉัพยทฤษฎี ว่าด้วยแสง-เนื้อผิว, หลักมิญชทฤษฎี ว่าด้วยชนิดของคราบกรุแบบต่างๆ
นั่คือความสุขุมลุ่มลึกของท่านอาจารย์ตรียัมปวายที่คอลัมน์ "ทำเนียบเซียน" บ้านเมืองขอเชิดชูให้ท่านเป็นดั่ง "ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่"เพื่อประกาศเกียรติคุณในวงการพระเครื่องของเมืองไทยตลอดไป
และ..ในตำราของท่านนั้น สอนให้ดูว่า"พระสมเด็จปลอม" นั้น ดูอย่างไรถึงจะไม่หลงทาง..ติดตามได้ในตอนหน้าครับ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » คอลัมน์
คอลัมน์ล่าสุด ![]()
“บ้านเมืองพระเครื่อง” โดย อ.เจษ เมืองนนท์
บ้านเมืองพระเครื่อง- “ISPAH 2016 Congress” สร้างเสริมกิจกรรมทางกายเพื่อทุกคน 09:53 น.
- บ้านเมืองพระเครื่อง วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2559 09:42 น.
- จัดแสดง วันเดอร์ฟรุ๊ต ไลฟ์สไตล์ ดนตรี และศิลปะ 07:12 น.
- แวะชิม...ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนครพนม-ไข่กระทะ-ขนมปังเวียดนาม 08:12 น.


