วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:37 น.

อื่นๆ » คอลัมน์

บ้านเมืองพระเครื่อง

เจษ เมืองนนท์ : วันพุธ ที่ 07 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 19.24 น.

จุดอ่อน..ที่รอแก้ไข “บ้านเมืองพระเครื่อง” โดย อ.เจษ เมืองนนท์

จุดอ่อน..ที่รอแก้ไข “บ้านเมืองพระเครื่อง” โดย อ.เจษ เมืองนนท์

สมาคมส่องพระแท้เมืองสยามแจ้งข่าวว่าจะมีการจัดประกวดพระเครื่องขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ณ.ห้องแสตมป์ทอง ไปรษณีย์ไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

หากกล่าวถึงสมาคมส่องพระแท้เมืองสยามแล้ว หลายท่านคงนึกถึงเสาหลักของสมาคมฯที่ชื่อ อาจารย์ นุ พระแท้เมืองสยาม ที่หยัดยืนเคียงคู่กับวงการพระเครื่องไทยมาอย่างยาวนานพร้อมๆกับมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพระเครื่องเมืองไทยไม่เป็นสองรองใคร ด้วยประสบการณ์อันช่ำชองนี้เอง การจัดประกวดพระเครื่องของอาจารย์นุจึงประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ถือเป็นรายการประกวดที่ดีรายการหนึ่งของวงการ

ท่านใดที่มีพระดีและต้องการส่งประกวด ก็ไปร่วมงานกันได้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ที่ไปรษณีย์ไทยครับ

กล่าวสำหรับการประกวดพระเครื่องในปัจจุบันนั้น มีจัดค่อนข้างเยอะมากในปัจจุบัน ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ซึ่งหากจะแยกรูปแบบในการประกวดแล้ว พอจะแยกได้ใน 3 ระดับดังนี้

1.ระดับสมาคมใหญ่ ทั้งระดับสมาคมฯจัดเอง หรือขายตั๋วโควต้า 

2. ระดับสายอนุรักษ์

3. ระดับภูธร

การจัดประกวดทั้ง 3 ระดับข้างต้นนั้น มีจุดแข็งและจุดอ่อนในตัวเอง แต่เนื่องจากเนื้อที่น้อย  จึงขอกล่าวถึงเพียงแค่จุดแข็งจุดอ่อนของการประกวดสายอนุรักษ์เท่านั้น

การประกวดพระสายอนุรักษ์นั้น ถูกมองว่าเป็นรองของสมาคมใหญ่มานาน แต่หากพิจารณาดีๆแล้ว การประกวดสายอนุรักษ์แทบไม่เป็นรองเลยในหลายๆด้าน เริ่มตั้งแต่ด้านสถานที่จัดนั้น สายอนุรักษ์มักจะจัดในห้องแอร์ สถานที่โอ่โถง ไปมาง่าย ข้อดีถัดมาคือ การมีน้ำใจและมิตรภาพที่ดี ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถจะถือพระเดินเข้าไปถามกรรมการก่อนว่าพระองค์นั้นๆส่งประกวดได้หรือไม่โดยที่ยังไม่ต้องซื้อคูปอง ซึ่งหากเป็นการประกวดสายอื่นๆจะไม่มีการตรวจพระให้ ต้องไปซื้อคูปองมาก่อนเท่านั้น จึงจะตรวจให้ และไม่สามารถเปลี่ยนพระได้อีกด้วย ด้วยน้ำใจที่ดีนี้ จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของสายอนุรักษ์เพียงหนึ่งเดียว ไม่รวมกับการมีอาหารกลางวันเลี้ยงฟรี รวมทั้งมีถ้วยรางวัลครบทุกรุ่นแจกให้เป็นความภูมิใจของเจ้าของพระด้วย ในขณะเดียวกัน กรรมการที่ตัดสินคือผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ มีการใส่สูทผูกไทด์สวยงามเป็นทางการ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือย่างยิ่ง

นี่คือเสน่ห์ของการประกวดสายอนุรักษ์ ซึ่งหากวัดกันด้วยมาตรฐานแล้วล่ะก็ ถือว่ามีมาตรฐานที่ดีไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว

สำหรับจุดอ่อนของการประกวดสายอนุรักษ์ก็คือ การรับพระที่อิงกับรายได้ของผู้จัดมากเกินไป เพราะหากคัดพระแบบเข้มเกินไป ก็จะมีพระประกวดน้อย และคนจัดขาดทุน แต่ถ้าหากคัดพระให้เข้มน้อยลง ก็จะมียอดรายรับเพิ่มขึ้น

 นี่คือจุดอ่อนของสายอนุรักษ์ที่ผู้จัดควรพิจารณา เพื่อปรับเปลี่ยนนโยบายในการรับพระให้มีมาตรฐานเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับรายการนั้นๆ

โดยสรุปแล้ว การประกวดสายอนุรักษ์นั้น มีจุดเด่นไม่เป็นสองรองใคร หากผู้จัดช่วยกันแก้ไข “จุดอ่อน”ที่มี จะช่วยให้การประกวดมีมาตรฐานได้ดียิ่งขึ้น

ฝากไว้ให้คิดเพื่อก้าวสู่ความมีมาตรฐานในอนาคตครับ