วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 19:02 น.

การศึกษา

สอวช. จับมือ มช. พัฒนาระบบฐานข้อมูลวิจัย Soft Power หนุนเข้าถึงองค์ความรู้ 5F พร้อมเปิดเวทีฟังเสียง SMEs ร่วมออกแบบฐานข้อมูลมุ่งสู่การพลิกโฉมธุรกิจ เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

เมื่อวันที่ 11  พฤษภาคม 2569    สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) และเปิดตัวแนวคิดระบบฐานข้อมูล Soft Power ภายใต้ “โครงการจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัยด้าน Soft Power เพื่อผู้ประกอบการ SMEs” ณ ห้องประชุมเดอะวัน บอลรูม ชั้น 4โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเปิดงาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำไปพัฒนาฐานข้อมูลและระบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะใน 5 กลุ่ม Soft Power (5F) ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและแนวทางการประยุกต์ใช้ Soft Power ในบริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์

รศ.วงกต กล่าวว่า ปัจจุบัน Soft Power ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร วัฒนธรรม การท่องเที่ยว ศิลปะสร้างสรรค์ หรืออุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของประเทศไทย และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาลอย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน คือการทำให้องค์ความรู้และงานวิจัยที่มีอยู่จำนวนมาก สามารถเข้าถึงและถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย

สอวช. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบาย จึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างภาคการวิจัย ภาครัฐ และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และตรงกับความต้องการ การจัดประชุมในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมออกแบบฐานข้อมูลงานวิจัยด้าน Soft Power ที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ โดยอาศัยข้อเสนอแนะและมุมมองจากผู้ใช้งานจริง

การประชุมระดมความเห็นในครั้งนี้มีใจความหลักสำคัญ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. SMEs ที่เป็นศูนย์รวมการจ้างงานในชุมชน ศูนย์รวมการผลิต การบริการ การท่องเที่ยว รวมถึงการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ถือเป็นกลุ่มคนที่เป็นกำลังหลักในการช่วยขับเคลื่อนประเทศ และสร้างผลบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. ฐานข้อมูล หรือ Database ที่รวบรวมมาจากข้อมูลเดิมที่มีอยู่ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งฐานข้อมูลนี้จะมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ประกอบการ จึงต้องอาศัยการรวบรวมข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งจะเป็นผู้ใช้งานหลักว่าต้องการข้อมูลรูปแบบใด และต้องการให้มีการจัดระเบียบข้อมูลอย่างไรบ้างเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงของผู้ใช้งาน ช่วยให้ SMEs สามารถนำข้อมูลจากฐานข้อมูลนี้ไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการประกอบธุรกิจได้ และ 3. งานวิจัย ต้องมองถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยจะต้องสามารถสื่อสารข้อมูลให้กลุ่ม SMEs เข้าใจได้ ฐานข้อมูลที่จะเกิดจากการวิจัยเหล่านี้จึงต้องพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SMEs ได้มากที่สุด

“หากเราสามารถเชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย และผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ SMEs ไทย และผลักดัน Soft Power ของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” รศ.วงกต กล่าว

ภายในงานยังได้มีการบรรยายสรุปแนวทางของโครงการและทิศทางการดำเนินโครงการในอนาคต โดย ผศ. ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ รองคณบดี ฝ่ายบริหารวิจัย นวัตกรรมและบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้จัดการโครงการ ซึ่งภาพรวมโครงการเริ่มตั้งแต่การรวบรวมงานวิจัย Soft Power จากข้อมูลสถาบันการศึกษาทั่วประเทศคัดกรองให้อยู่ในกรอบ 5F จำนวน 52,087 งานวิจัย จากนั้นเป็นการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยเชิญ SMEs ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในกลุ่ม 5F เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นการใช้งานเว็บไซต์ฐานข้อมูลงานวิจัย เพื่อนำไปปรับปรุงระบบ พัฒนาเว็บไซต์ฐานข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น ก่อนจะมีการจัดประชุมอบรมออนไลน์เพื่อทดลองใช้งานเว็บไซต์อีกครั้งและนำไปพัฒนาต่อยอด โดยคาดว่าจะสามารถเผยแพร่เว็บไซต์ฐานข้อมูลฉบับสมบูรณ์ที่ใช้งานได้จริงในช่วงเดือนมกราคม 2570

นอกจากนี้ ได้มีการบรรยาย “ทิศทาง Soft Power ไทย ในมิติวัฒนธรรมสู่การพัฒนาประเทศ” โดย นายปรัชญา ศรีสัตยเสถียร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้เห็นภาพรวมและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Soft Power และแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของ Soft Power ไทย พร้อมกับโอกาสในการสร้างมูลค่าในระดับสากล รวมถึงยังมีการบรรยายในหัวข้อ “จากงานวิจัยสู่รายได้: กรณีตัวอย่างการใช้ Soft Power ในธุรกิจจริง” โดย ดร.ศันสนีย์ กระจ่างโฉม สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยให้เห็นถึงตัวอย่างการต่อยอดองค์ความรู้ผ่านการนำ Soft Power เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจและช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไปพร้อมกัน

ด้าน ผศ. ดร.พฤษภ์ บุญมา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Specialist) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอและทดสอบการใช้งานระบบค้นหางานวิจัย Soft Power สำหรับ SMEs โดยระบบฐานข้อมูลที่จัดทำขึ้นในเบื้องต้นจะแบ่งมุมมองการค้นหางานวิจัยออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ แผนที่แสดงผลรายพื้นที่(แบ่งตามจังหวัด) ค้นหาจากการแบ่งกลุ่มธุรกิจ 5F และค้นหาผ่านคำสำคัญ (Keywords) ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นศักยภาพในเชิงพื้นที่ได้

ทั้งนี้ ในงานได้จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น“ร่วมออกแบบฐานข้อมูลที่ SMEs ใช้ได้จริง” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยน ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งคณะทำงานจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้พัฒนาปรับปรุงฐานข้อมูลเว็บไซต์ ให้พร้อมต่อการใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
 

หน้าแรก » การศึกษา

Top 5 ข่าวการศึกษา