วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 01:59 น.

การศึกษา

อว. ผนึกกำลังสถานทูตฝรั่งเศส ใช้โมเดล 'มหาวิหาร น็อทร์-ดาม' บูรณะมรดกไทยด้วยวิทย์ขั้นสูง โชว์เคสฟื้นคืน 'กระจกเกรียบวัดพระแก้ว-โบราณสถานสุโขทัย'

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.25 น.

เมื่อวันที่   12 พฤษภาคม 2569  ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานเสวนาวิชาการ Heritage Science Forum ครั้งที่ 1 “จุดเริ่มต้น: การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ขั้นสูงเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม” (The 1st Heritage Science Forum “The Starting Point: Applying Advanced Science to Preserve and Enhance Cultural Heritage”)

งานดังกล่าวจัดโดยสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค. หรือ PMUB) ภายใต้กระทรวง อว. ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ภายใต้ รวพ. และคณะผู้บริหารหน่วยงานใน อว. เข้าร่วม ณ ห้องคริสตัลบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กทม.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เวทีในวันนี้มิได้เป็นเพียงการประชุมวิชาการ หากแต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของภาครัฐไทยที่ชูยุทธศาสตร์พลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม โดยยึดหลัก “วิทยาศาสตร์ต้องรับใช้สังคม” สอดคล้องกับนโยบาย อววน. ที่เน้นการบูรณาการข้ามศาสตร์ระหว่างวิทยาศาสตร์ (STEM) และสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ (SHA) ประเทศไทยเรามีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง ตั้งแต่อดีตกว่าพันปีของล้านนา มาถึงสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่สำคัญอย่างพิมาย

“นักวิทยาศาสตร์เราทำงานเพื่ออนาคต แต่จะดียิ่งขึ้นหากเราเรียนรู้จากอดีตเพื่อเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้ การเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เรา 'ไม่ต้องไปเสียเวลานับหนึ่งใหม่' (Reinvent the wheel) และสามารถต่อยอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษได้อย่างแม่นยำ หากประวัติศาสตร์โลกขาดจิ๊กซอว์จากมรดกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไป ประวัติศาสตร์นั้นย่อมไม่สมบูรณ์ วิทยาศาสตร์จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเผยความลับและปริศนาที่ถูกซ่อนอยู่ในโบราณสถานและโบราณวัตถุของเรา”

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงอย่าง แสงซินโครตรอน (Synchrotron), เทคโนโลยี LiDAR, เรดาร์ทะลุพื้นดิน (GPR) หรือแม้แต่การคำนวณพลศาสตร์ของไหล (CFD) ที่เคยใช้ในงานวัสดุศาสตร์ชั้นสูง บัดนี้ได้ถูกนำมาใช้เพื่อถอดรหัสและบูรณะมรดกโลก นอกจากนี้ยังสนใจการนำ ชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) เช่น ซีเมนต์ที่เยียวยาตัวเองได้ (Self-healing cement) มาใช้ซ่อมแซมและปกป้องโบราณสถานจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นความท้าทายระดับโลก

นอกจากด้านเทคนิคแล้ว เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยน “ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม” ให้เป็น “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ผ่านการสร้าง Storytelling เพื่อยกระดับสู่การเป็น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่นักท่องเที่ยวจะไม่เพียงแค่มาชมความงาม แต่จะได้ซึมซับเรื่องราวและคุณค่าที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์กลับไป

“การจับมือกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสในครั้งนี้ ช่วยให้การทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เป็นภาษากลางสำหรับสร้างพันธมิตรทางปัญญา เราต้องการสร้าง วิทยาศาสตร์แบบเปิด (Open Science) ที่นักวิจัยไทยและฝรั่งเศสสามารถแชร์เครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ และงบประมาณร่วมกัน เช่น ทุน Horizon ของสหภาพยุโรป เพื่อผลักดันให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยมีศักยภาพในระดับโลก และนำไปสู่การจัดตั้งหลักสูตรขั้นสูงด้าน Heritage Science ในอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านนี้แห่งภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

เจาะลึกกรณีศึกษาการอนุรักษ์ระดับโลก และเบื้องหลังบูรณะ Notre-Dame

ภายในงานได้มีการนำเสนอกรณีศึกษาระดับโลก (Global Case Studies) โดย Dr. Sigrid Mirabaud จากกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในหัวข้อการเชื่อมโยงงานวิจัย พิพิธภัณฑ์ และการอนุรักษ์ พร้อมด้วย Dr. Ann Bourges จากศูนย์วิจัยและบูรณะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฝรั่งเศส (C2RMF) ที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การรับมือความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการบูรณะ มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งกรุงปารีส (Notre-Dame de Paris) ซึ่งเป็นต้นแบบการจัดการมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญของโลก

ขณะที่ภาควิชาการไทย ศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้บรรยายถึงทิศทางโบราณคดีไทยจากอดีตสู่อนาคต และ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้นำเสนอการใช้แสงซินโครตรอนฟื้นคืนเทคโนโลยีการผลิต "กระจกเกรียบ" แห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่หายไปเกือบศตวรรษ

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ "The Journey of Heritage Science" ที่จัดแสดงผลงานวิจัยเด่น 6 โครงการ ที่เน้นการใช้การวิเคราะห์เชิงคำนวณ (Computational Analysis) และเทคโนโลยีขั้นสูงในการถอดรหัสประวัติศาสตร์ อาทิ การถอดรหัสทองคำโบราณแห่งปราสาทหินพิมาย การฟื้นคืนกระจกจืนแห่งล้านนา การวิเคราะห์เชิงคำนวณ (Computational Analysis) เพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LIDAR ในการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยความร่วมมือระหว่างสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) กับกรมศิลปากร

นี่คือ “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การอนุรักษ์แบบดั้งเดิม แต่กำลังก้าวสู่การ “ยกระดับด้วยวิทยาศาสตร์” ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อผสานพลัง “วิทยาศาสตร์ล้ำสมัย” เข้ากับ “มรดกทางวัฒนธรรม” มุ่งเน้นการเชื่อมโยงงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการสู่การบริหารจัดการในพิพิธภัณฑ์ และการอนุรักษ์ในระดับสากล เพื่อเพิ่มคุณค่าสมบัติของชาติผ่านเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมเดินหน้าพัฒนากำลังคนด้าน Heritage Science ของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างยั่งยืน

 
 

หน้าแรก » การศึกษา