วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 04:04 น.

การเมือง

 "เฉลิมชัย" เผย  มติ กก.บห. ประชาธิปัตย์  มอบอำนาจ "หัวหน้าพรรค"   ตัดสินใจเรื่องร่วมรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.37 น.

"เฉลิมชัย" เผย มติ กก.บห. ประชาธิปัตย์ ใช้ข้อบังคับพรรค มอบอำนาจ "หัวหน้าพรรค"  ตัดสินใจเรื่องร่วมรัฐบาล-คัดเลือก รมต. หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล 

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568  เวลา 17.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังจากที่พรรคฯ ได้มีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นำโดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค นายชัยชนะ เดชเดโช นายประมวล พงศ์ถาวราเดช นายสมบัติ ยะสินธุ์ รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง 

ดร.เฉลิมชัย ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมที่สำคัญ โดยระบุว่าพรรคฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ทางการเมือง จากการที่นายกรัฐมนตรีได้พ้นวาระไปนั้นเท่ากับว่ารัฐบาลได้หมดวาระลง ดังนั้นพรรคฯ จึงต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการตามข้อบังคับพรรคใหม่ทั้งหมด ซึ่งที่ประชุมได้มีมติใช้ข้อบังคับพรรคข้อที่ 134 ในหมวดเบ็ดเตล็ด ที่เป็นการยกเว้นการบังคับใช้ข้อบังคับพรรคบางข้อ เพื่อให้การบริหารงานสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

โดยข้อบังคับที่ได้รับการยกเว้นคือ ข้อ 94 ข้อ 95 ข้อ 96 และข้อ 97 ซึ่งครอบคลุมในประเด็นสำคัญดังนี้ 
1. การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล
2. การตัดสินใจคัดเลือกบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หากกรณีที่เข้าร่วมรัฐบาล
3. การตัดสินใจพิจารณาตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 
มติที่ประชุมได้มอบหมายอำนาจให้ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างถูกต้องตามข้อบังคับของพรรคทั้งหมด ที่เป็นการให้อำนาจในการตัดสินใจอย่างเบ็ดเสร็จในกรณีที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการตัดสินใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด หรือจะโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ดร.เฉลิมชัยตอบว่า  วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ พร้อมย้ำว่าการตัดสินใจทุกอย่างจะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงทางการเมือง และจะดำเนินการตามข้อบังคับของพรรคทุกประการ 

“วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ตัดสินใจ ส่วนที่ไปแถลงร่วมนั้น คือในฐานะที่เป็นรัฐบาลที่เก่า  วันนี้ประชาธิปัตย์ได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนเรียบร้อยแล้วในการประชุมกรรมการบริหาร เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ก็คือการขับเคลื่อนกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นทางการเมืองในอนาคตจริง ๆ” ดร.เฉลิมชัย กล่าว 

พร้อมกับระบุเพิ่มเติมว่า ประชาธิปัตย์นั้นมีข้อบังคับพรรคอยู่ ดังนั้นการจะเข้าร่วมรัฐบาล หรือถอนตัว ก็จะต้องผ่านกระบวนการทางข้อบังคับพรรค แล้วหลังจากนี้ไปมติของกรรมการบริหาร ได้งดเว้นตามข้อบังคับที่ 134 และมอบอำนาจให้กับหัวหน้าพรรคทั้งหมด ซึ่งเมื่อครั้งที่แล้วก็เป็นอย่างนี้ 

“ในส่วนของสถานการณ์การเมือง ผมไม่อยากเดาว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิดทั้งหมดเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้การที่หลาย ๆ คนด่วนตัดสินใจไป อาจจะต้องเสียดายว่าไม่น่าตัดสินใจไว  วันนี้ผมปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ไม่ใช่รักษาราชการ เพราะฉะนั้นการดำเนินการใด ๆ ก็แล้วแต่ ภายใต้ ครม. เราก็ยังทำอยู่ภายใต้ ครม. เดียวกัน ส่วนการตัดสินใจนั้น ผมเชื่อว่าแต่ละคนก็มีแนวทางกันอยู่แล้ว รอให้มันถึงเวลาว่าสถานการณ์มันจะเป็นอย่างไรแค่นั้น” ดร.เฉลิมชัย กล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคฯ ได้แจ้งกับทางพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ประชาธิปัตย์มีกระบวนการเข้าสู่ที่ประชุม กก.บห. ก่อน ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองรู้อยู่แล้ว และทุกพรรคก็ต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เฉพาะประชาธิปัตย์ 

“เพราะฉะนั้นใครจะใช้ชื่อประชาธิปัตย์ก็แล้วแต่ จะกี่คนจะอะไรแล้วแต่ ต้องผ่านกระบวนการนี้ ถ้าไม่ผ่านกระบวนการนี้ถือว่าเป็นของเถื่อนทั้งหมด ทุกคนยังไม่รู้เลยว่าการเมืองจะเป็นยังไง วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ เอาว่ารอให้ฝุ่นจางแล้วเห็นภาพชัด ๆ ก่อน การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมต้องตัดสินใจภายใต้หลักการของพรรค และพรรคฯ ก็ต้องขับเคลื่อนได้ด้วย” ดร.เฉลิมชัย กล่าวในที่สุด
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง