วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 05:44 น.

การเมือง

เสียงสุดท้ายจาก 'ครูมัท'  จุดชนวนเดือดกลางวุฒิสภา สว.เปรมศักดิ์แฉครูไทยแบกงานพัสดุ-การเงิน เสี่ยงติดคุกแทนผู้บริหารศธ.ยอมรับระบบล้มเหลว 

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.27 น.

“นพ.เปรมศักดิ์” เปิดปมทุกข์ครูไทย ถูกโยนภาระงานการเงิน-พัสดุ เสี่ยงคดี เสี่ยงวินัย ทั้งที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ชี้หลายโรงเรียนถึงขั้นจัด “ตารางสอนหลอก” เพื่อดึงครูไปนั่งทำเอกสารแทนสอนหนังสือ ขณะที่ “ประเสริฐ” ยอมรับเป็นความบกพร่องของระบบ ไม่ใช่ความผิดครู พร้อมประกาศนโยบาย “คืนความสุขให้ครู” ลดภาระงานเร่งด่วนภายใน 3 เดือน 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมวุฒิสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งกระทู้ถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหาภาระงานพัสดุ การเงิน การคลัง ออกจากครูผู้สอน อันเป็นผลมา จากกรณีการเสียชีวิตของนางสาวอนุสรา ชวนรัมย์ หรือครูมัท อายุ 39 ปี ข้าราชการครู สอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอําเภอซํานิ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ต้องทําหน้าที่เป็นครูการเงินด้วย โดยทิ้งจดหมายบอกเล่า สาเหตุเอาไว้ว่าเป็นเพราะตัวเองเหนื่อยล้ากับระบบงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ภายในโรงเรียน การทํางานไม่เป็นระบบ ให้เบิกเงินก่อนเคลียร์เอกสารทีหลัง และยังมีปัญหาที่ทําให้ ครูตัดสินใจจบชีวิตตนเองจากการทํางานของโรงเรียนโดยเฉพาะงานการเงินและพัสดุที่ไม่เป็นระบบ

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ครูผู้สอนบางคนต้องรับภาระเรื่องนี้แบบจํายอม ครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กที่ต้องทําเรื่องการเงิน และพัสดุ จะทํางานเหนื่อยและหนักกว่าครูในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีเงินนอกงบประมาณที่สามารถ จัดจ้างเจ้าหน้าที่การเงินและพัสดุได้ง่ายกว่า ครูประถมในโรงเรียนขนาดเล็กจึงต้องทํางานหนักกว่าครู ในโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก เพราะครูโรงเรียนมัธยมไม่มีภาระเรื่องการเงินและพัสดุที่เกี่ยวข้องกับ โครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนที่ต้องรับเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น โรงเรียนหลายที่ ต้องสละอัตรากําลังของครู เพื่อไปทําหน้าที่การเงินและพัสดุของโรงเรียนเป็นการเฉพาะ โดยจัดให้มี ตารางสอนหลอกให้ครูคนนั้นเสมือนว่า มีคาบสอนแต่แท้จริงแล้วไม่ได้ทําหน้าที่สอน แต่เอาเวลาไปทํางานด้านการเงินและพัสดุ การจัดซื้อจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ ซึ่งบางครั้งราคาตามมาตรฐาน ครุภัณฑ์จะแพงกว่าราคาจริงตามปกติ การจัดซื้อจัดจ้างบางครั้งเป็นไปอย่างขาดอิสระ เพราะผู้บริหาร จะมีผู้ที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้รับจ้างในใจอยู่แล้ว การทำงานดังกล่าว บางครั้งเกิดความกดดันให้ครูทําอะไร นอกเหนือไปจากที่กําหนดไว้ในระเบียบ 

นอกจากนี้ การตรวจรับพัสดู การตรวจรับอาคารที่เพิ่งสร้างเสร็จ  หลายโรงเรียนใช้การตั้งคณะกรรมการตรวจรับมาจากครูในโรงเรียน งานเหล่านี้เป็นงานที่สร้างความกังวลใจ ให้กับครูมากที่สุดงานหนึ่ง เนื่องจากตนเองไม่ได้มีความรู้ด้านมาตรฐานคุณภาพหรือวิศวกรรม แต่จําเป็นต้องทําเนื่องจากเป็นคําสั่งของผู้บังคับบัญชา ถ้าหากมีการทุจริตหรือการฮั้วเกิดขึ้น การลงโทษทางวินัยก็จะตกไปถึงครูเหล่านี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ครูไทยได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขมาแล้วหลายครัง แต่รัฐไม่เคยมุ่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้กับครูไทยอย่างจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้จะพยายามแก้ไขก็เป็นการแก้ปัญหาที่เพียงปลายเหต ไม่ได้พิจารณาถึงความซับซ้อน ของปัญหาอย่างแท้จริง ส่งผลให้ครูที่ไม่สามารถทนกับระบบการทํางานที่กล่าวมาได้ต้องลาออก จากราชการไปเอง ดังนั้น เพื่อให้ปัญหาที่กล่าวมาได้รับการแก้ไขให้หมดไป

นพ.เปรมศักดิ์ จึงขอเรียนถามรมว.ศึกษาธิการว่า 1. กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางการแก้ปัญหาภาระงานพัสดุ การเงิน การคลัง ออกจาก ครูผู้สอนหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด 2. กระทรวงศึกษาธิการเคยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับครผู้สอนเรื่องปัญหาการทํางานพัสดุ การเงิน การคลัง หรือไม่ อย่างไร และมีแนวทางการช่วยเหลือครูเหล่านั้นอย่างไร ขอทราบรายละเอียด 

3.กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางการให้งบประมาณแต่ละโรงเรียนในการจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการ พัสดุ การเงิน การคลัง เพื่อให้ครู่ได้ทําหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด 4.กระทรวงศึกษาธิการเคยเก็บสถิติข้อมูล ข่าวสารการจบชีวิตตนเองของครูผู้สอน ในเรื่องการทํางานพัสดุ การเงิน การคลัง หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด และ  5.กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางจัดตังระบบสนับสนุนสุขภาพจิตในโรงเรียนเพือให้ครู ไม่ต้องต่อสู้กับความเครียดและความโดดเดี่ยวเพียงลําพังหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

นายประเสริฐ ชี้แจงว่า เคยได้รับทราบปัญหาจากครูหลายโรงเรียน กระทรวงได้ทำ workshop ว่า ถ้าจะลดภาระงานให้ครูต้องทำอะไรบ้าง ตนเคยลงพื้นที่เคยสอบถามด้วยตัวเอง ปัญหาที่นพ.เปรมศักดิ์สะท้อนมา ครูส่วนใหญ่ก็ต้องการให้แก้ไข ข่าวที่ครูเสียชีวิต กระทรวงศึกษาธิการรับทราบมาโดยตลอดก็ต้องแสดงความเสียใจในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนขอยืนยันว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่ความล้มเหลวในชีวิตของครู แต่เป็นเรื่องของความบกพร่องในระบบที่มีมายาวนาน ปล่อยให้ผู้สอนที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุมาแบกรับภาระมาเสี่ยงด้านกฎหมาย มาเสี่ยงด้านวินัยที่ไม่มีระบบรองรับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นปัญหานี้ขึ้นมา กระทรวงมีแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีกในอนาคตได้กำหนดไว้ 3 แนวทางหลักๆ คือ 1. จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สินและเสรีภาพเพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ตกอยู่ในสถานะไม่เป็นธรรม หรือถูกกล่าวหา ในภาระงานที่ไม่ถนัด ได้มีที่ให้คำปรึกษา 2. ได้เร่งและจัดสรรเพิ่มบุคลากร ปี 2569 ตั้งงบประมาาณไว้ 3 พันล้านปี 2570 ได้ขอไป 6 พันล้าน และมาตรการที่ 3 จะพยายามลดภาระครูในด้านต่างๆ  และกระทรวงมีแนวทางเพื่อแก้ปัญหา สุขภาพจิตครูในโรงเรียนเพื่อไม่ให้ครูต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว

 นอกจากนั้น จะมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมไม่ให้เกิดความเครียดในการทำงานที่ไม่เอื้ออำนวยต่างๆ ขณะนี้สพฐ. ได้ จากนักจิตวิทยาในเขตพื้นที่จำนวน 245 คนเพื่อดูแล ครูและนักเรียน ไม่ต้องแบกรับปัญหาต่างๆโดยลำพัง ซึ่งนโยบายต่างๆสพฐ.กำลังเร่ง ดำเนินการอยู่ สิ่งเหล่านี้ทราบว่า ครูทุกคนรอคำตอบและรอโยบายจากกระทรวงอยู่ นโยบายคืนความสุขให้ครูถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันทีตั้งแต่มิถุนายนเป็นต้นไป ตัวชี้วัดของครูจากร้อยกว่าก็ลดเหลือ 40 กว่าเท่านั้นและภายในระยะเวลา 3 เดือนจะเห็นผลงานเป็นรูปประธรรมลดภาระของครูได้ เพื่อให้ครูมีสุขภาพจิตดี มีโอกาสได้อยู่กับนักเรียนหน้าชั้นเรียนได้เต็มความภาคภูมิ

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง