วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 00:52 น.

การเมือง

"อนุทิน" นำทีม ภท. ยื่นร่างแก้ รธน. ต่อประธานสภาพรุ่งนี้ เปิดทางมี สสร. 100 คน ยกร่างฉบับใหม่ มีกรอบเวลา 360 วัน

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.05 น.

"อนุทิน" นำทีม ภท. ยื่นร่างแก้ รธน. ต่อประธานสภาพรุ่งนี้ เปิดทางมี สสร. 100 คน ยกร่างฉบับใหม่ มีกรอบเวลา 360 วัน  ปิดช่องลดขัดแย้งแล้ว ปรับเสียงเห็นชอบ เป็น 1 ใน 4 ให้เกิดการประนีประนอม คาดเข้าวาระแรก มิ.ย. นี้  นิกรแจง สีน้ำเงินไม่ครอบงำ ใช้กลไกรัฐสภาเป็นคนเลือก ยันแฟร์ที่สุด  

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569  เวลา 16.23 น. ที่พรรคภูมิใจไทย  นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.  จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่ประชุมสส.พรรค มีมติชัดเจน 190 เสียง รวมกันลงชื่อ เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย โดยเนื้อหาในร่างของพรรคภูมิใจไทย จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

โดยวันพรุ่งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คาดว่า ไม่เกินเวลา 10:30-11:00 น. จะนำทีมคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.ของพรรค ไปยื่นร่างแก้ไขต่อประธานรัฐสภา

ขณะที่ นายนิกร จำนง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สำหรับร่างของพรรคภูมิใจไทยมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครจากทั่วประเทศจำนวน 77 คน และมีสำรองอีก 300 คน 

สำหรับสัดส่วนที่จะมีการตั้งนั้น จะแบ่งเป็นมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 45 คน ประกอบด้วย สสร. 30 คน สำรอง 14 คน และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย สสร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน โดยมีกรอบเวลาการทำงานของ สสร. 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยหลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 

จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยสัดส่วนของ สสร. เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับการเลือกกรรมาธิการสามัญ กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่ง สส.500 คน สว. 200 คน ซึ่ง สส. จะได้ โควตาที่ประมาณ 71 คน และสว. ได้ 29 คน 

นายนิกรกล่าวต่อว่า ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว. ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ในครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอให้ 1 ใน 5 นั้น ได้ปรับให้เหลือ 1 ใน 4 หรือใช้เสียง สว. ประมาณ 50 เสียง ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการประนีประนอม กับ สว. ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง นอกจากนี้ร่างของพรรคภูมิใจไทยจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยเขียนไว้อย่างชัดเจน 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ สว. ให้เสนอให้เขียนบทเฉพาะกาลให้คุ้มครองอำนาจของสว. จนกว่าจะครบวาระ 5 ปีต่อไป ในร่างของพรรคภูมิใจไทยได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า จะต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไร 

เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกชี้นำโดยพรรคภูมิใจไทย หลังจากพรรคประชาชนเคยกล่าวหาไว้ นายนิกรกล่าวว่า เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งแฟร์ที่สุดแล้ว ประชาชนเลือกมาแบบนี้ เราก็ยึดตามหลักการนี้ 

เมื่อถามว่า จำนวนเสียงสส. ของพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น 192 เสียง และเสียงของสว. จะทำให้การโหวต สสร. ถูกครอบงำหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่าไม่สามารถมารวมกันได้ เพราะอยู่คนละสภา  ใครจะเชื่ออย่างไรก็เชื่อ เพราะเป็นสัดส่วนของรัฐสภา สว. ก็ของสว. สส.ก็ของสส. เป็นไปตามหลักการเสียงข้างมาก  

เมื่อถามว่าเห็นอุปสรรคใดในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่าไม่น่าจะมีเพราะเราพิจารณาให้แฟร์ที่สุดแล้ว และถ้าเดินไปตามนี้จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งในครั้งหน้าอย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าในวันพรุ่งนี้เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้มีการยื่นร่างต่อประธานสภาแล้วการพิจารณาในวาระที่ 1 จะเริ่มต้นในการประชุมสมัยนี้ หรือเดือนมิถุนายนนี้ 

นายนิกรย้ำว่า อย่างไรก็ตามเมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดสสร. เสร็จสิ้นแล้ว และมีการทำประชามติในครั้งที่ 2 หากประชาชนเห็นชอบก็มีผลบังคับใช้ หากมีการยุบสภา สสร. ก็จะมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง