วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 10:58 น.

การเมือง

 "อนุทิน" เรียกประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.13 น.

 "อนุทิน" เรียกประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มุ่งเสริมสร้างกลไกการทำงานร่วมกันให้เกิด ประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569  เวลา 09.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
 
การประชุมบูรณาการฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นด้วยดำริของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมุ่งยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และมอบนโยบายการกำหนดแนวทางและมาตรการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการป้องกัน ปราบปราม และเฝ้าระวังการทุจริต ตลอดจนเสริมสร้างกลไกการทำงานร่วมกันให้เกิด ประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ สำหรับสรุปผลการประชุม จะได้มีการแถลงโดยโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีต่อไป

นายกฯกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดจากการที่รัฐบาลได้รับทราบความกังวลใจของประชาชนจากผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการภาครัฐ โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลและผู้ที่บริหารหน่วยงานราชการ เห็นว่าสมควรที่จะรับฟังและศึกษาให้ ความเห็นของทุกท่านเพิ่มเติม ในการหาทางแก้ปัญหาป้องกันปราบปรามในเรื่องของการทุจริตคอรัปชันต่อไป แต่ขอกราบเรียนย้ำให้ท่านได้รับทราบว่ารัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครง โดยเสนอปฏิรูปกระบวนการอนุมัติอนุญาต ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส ลดความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตทุกรูปแบบ และเร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย รวมถึงการเสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทยให้เป็นที่รับทราบของประชาชนและยังเลยไปไปถึงประชาคมโลกด้วยในระดับนานาชาติ

นายกฯ กล่าวว่า ล่าสุดตอนนี้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต เพื่อประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย(CPI) ซึ่งตรงนี้ตนยังไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ในส่วนของภาครัฐตนขอมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติ เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยขอให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการทำงานในทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ปฏิบัติตามกฏหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด และให้มีการสนับสนุนในทุกกรณีเพื่อให้หน่วยงานต่างๆได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทำงานและทำทุกวิถีทางให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานแก่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชน เห็นว่าเราปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ ปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน

“ผมเคยเป็นฝั่งขอข้อมูล ขอเท่าไหร่ก็มีข้อยกเว้นข้อมูลนี้ให้ได้ ข้อมูลนั้นให้ไม่ได้ ข้อมูลนี้ให้ได้แค่เสี้ยวเดียว ครึ่งเดียว ผมได้แจ้งนายปกรณ์ให้เปิดเผยให้หมดไม่มีคำว่าปิด เพราะมีกฎหมายที่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอยู่แล้ว แม้มีข้อยกเว้นก็เข้าไปแก้กฎหมาย ไม่ให้มีข้อยกเว้น เปิดก็เปิดไปเลย ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเปิดๆปิดๆ เฉพาะส่วนที่อยากให้รู้ ส่วนที่ไม่อยากให้ดูไม่เปิดอย่างนี้จะแก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใสไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการคอร์รัปชัน ซึ่งผมบ่นกับเลขาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่าปล่อยให้มีเรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าพวกท่านเห็นว่าข้าราชการคนไหนโกง รัฐมนตรีคนไหนโกง นายกฯคนไหนโกงและทุจริต ท่านไปคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ไปศาล ไปป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปทุกที่ที่ท่านไปได้ ไปในหน่วยงานที่มีการบังคับบัญชาเหนือหน่วยงานที่เขาทุจริต เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายเรื่องของกฎหมายพิสูจน์ได้ด้วยเอกสารต่างๆ ซึ่งถ้าเขาทำและออกวัดออกมาเป็นความสำเร็จแปลว่ามันต้องมีการตรวจสอบกลับไป โจรย่อมทิ้งร่องรอยผมคิดว่าเราเจอเป็นเคสๆ เน้นเป็นเคสๆ เน้นให้เต็มที่และผมเชื่อว่าตรงนั้น ท่านจะมีประชาคมมากมายมาให้การสนับสนุนให้ข้อมูล ให้แหล่งข่าวต่างๆ ที่จะสามารถทำให้สอบไปถึงต้นตอได้“นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า แต่การที่จะไปวัดจากการสอบถาม ขอกราบเรียนตรงๆว่าวันนี้ท่านมาถามในฐานะเป็นประชาชนทั่วไปไม่ใช่นายกฯ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการเมือง อาศัยบริการสาธารณะจากภาครัฐ อาศัยสาธารณูปโภคจากภาครัฐ และอ่านข่าวมาโดยตลอดเป็นเวลา 10 ปีว่าการเมืองไทยเป็นอย่างไร ถามว่านายอนุทินคิดว่าเมืองไทยมีคอร์รัปชันไหม คำตอบคือมีถาม 10 คนก็บอกมี 10 คน ฉะนั้นตรงนี้มันทำให้การรับรู้ รับทราบเรื่องพวกนี้ต้องแก้ไข และไปทำเป็นสถิติเป็นเหตุให้ประเทศไทย มีความเปราะบางพอสมควรในการที่ถูกกำหนดว่าเป็นประเทศที่เชื่อว่ามีการทุจริตมากมายในระบบของประเทศนี้ ซึ่งคิดว่ามันมีผลกระทบมากมายหลายประการ มีผลสรุปและบทวิเคราะห์เช่นนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศทั้งในเรื่องของความเชื่อมั่นทางการเมืองการลงนามต่อเอ็มโอยู การสร้างความร่วมมือต่างๆ ที่เขาต้องใช้เงินใช้ทองมาลงทุนในประเทศไทย เพื่อใช้ประเทศของไทยของเราเป็นฐานการผลิตที่สามารถมาลงทุนได้และมีความมั่นใจสามารถสร้างรายได้ให้กับทั้งประเทศเราเอง สิ่งเหล่านี้มันมีความเสียหาย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง