วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 07:59 น.

การเมือง

สภา ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ด้วยเสียง 285 ต่อ 141 เสียง

วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.55 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569  ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท

โดยใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ทุกแนวทางที่อภิปรายตลอดทั้งวัน ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเราจะนำมาประยุกต์ใช้ดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติต่อไป สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ อีกครั้ง ถึงแม้ไม่อยากฟังแล้ว แต่ต้องขอขอบคุณที่ให้โอกาสตนมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับ้ประเทศขาติและพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติ โดยเสียงเห็นชอบ 285 ต่อ 141 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง

 “เอกนิติ” ปิดอภิปรายย้ำรัฐบาลไม่กู้เงินมากอง ใช้เงินโปร่งใส คุ้มค่า ช่วยประชาชนวันนี้ ซ่อมหลังคาเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรงกว่าเดิม

เวลา 20.06 น. ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไก้กล่าวสรุปการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความเห็นของสมาชิกทุกฝ่ายอย่างตั้งใจ การอภิปรายมีทั้งประเด็นที่เห็นต่าง เห็นตรงกัน และบางส่วนที่อาจคลาดเคลื่อน โดยประเด็นสำคัญที่สุดคือ วิกฤตพลังงานครั้งนี้รุนแรงพอหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากได้เห็นแล้วว่าเป็นปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยืนยันชัดว่าเป็นวิกฤตจริง ไม่ใช่เพียงตรรกะทางนโยบาย โดยวิกฤตเกิดเป็น 3 ระลอก เริ่มจากพลังงาน ราคาดีเซลตลาดโลกเพิ่มประมาณ 60% แม้รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันช่วย แต่ราคาภายในประเทศยังเพิ่มราว 30%

ระลอกที่ 2 คือค่าครองชีพและต้นทุนสินค้า เงินเฟ้อจากติดลบในไตรมาสแรก ขยับขึ้นเกือบ 3% ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยสูงขึ้นประมาณ 10% ส่วนระลอกที่ 3 คือกำลังซื้อเริ่มหด การบริโภคไตรมาส 2 ลดลงจากไตรมาสแรก หากปล่อยไว้จะลามถึงการจ้างงานและการปิดกิจการ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้พิสูจน์ว่า หากรัฐบาลไม่ตัดสินใจเร็ว วิกฤตอาจกลายเป็นแผลเป็นในเศรษฐกิจไทย ทำให้ธุรกิจปิดตัว คนตกงาน และแก้ไขยากกว่าเดิม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่ถ้อยคำลอย ๆ แต่พิสูจน์ได้ด้วยข้อเท็จจริง

สำหรับข้อเห็นต่างเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องระยะยาว ค่อยทำก็ได้ แต่ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ที่กลับมาติดลบเกือบ 600,000 ล้านบาท สะท้อนความเปราะบางจากการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก

นายเอกนิติ เปรียบว่าประเทศไทยเหมือนบ้านหลังคารั่ว ฝนตกเมื่อไรต้องหาถังน้ำมารองและเยียวยาประชาชนซ้ำ ๆ การลดภาษีสรรพสามิตหรืออุดหนุนราคาพลังงาน สุดท้ายก็นำไปสู่ภาระกู้เงินอยู่ดี ทางที่ถูกกว่าคือใช้เงินซ่อมหลังคา ทำให้ประเทศลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า

พ.ร.ก.ฉบับนี้จึงมี 2 เป้าหมายพร้อมกัน คือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบวันนี้ ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการ กลุ่มกำลังซื้อกลาง คนตัวเล็ก คนขนส่ง ไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์ และอีกด้านหนึ่งคือใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงขึ้น

เรื่องที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือ เงินทุกบาทต้องคุ้มค่าและโปร่งใส รัฐบาลจึงเพิ่มหลัก Transparency หรือความโปร่งใส เป็นหัวใจของการกลั่นกรองโครงการ ทุกโครงการต้องพิสูจน์ได้ว่าช่วยประชาชนจริง คุ้มค่า เปิดเผยได้ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.

นายเอกนิติ กล่าวว่า การที่ยังไม่มีโครงการสำเร็จรูปมารอ ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นความรอบคอบ หากนำโครงการเก่ามาตัดแปะแล้วเสนอทันทีต่างหากที่น่ากังวล พ.ร.ก.ฉบับนี้กำหนดวัตถุประสงค์แคบและชัด ทั้งเยียวยาผลกระทบ ลดพึ่งพาพลังงาน และสร้างทักษะใหม่ให้คนไทย

รัฐบาลต้องการใช้น้ำมันบนดินที่คนไทยผลิตได้ เช่น ไบโอดีเซลจากปาล์ม เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง ให้ผลประโยชน์ตกกับเกษตรกรและประชาชน แทนการผูกชะตาเศรษฐกิจไว้กับพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอชี้แจงข้อเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า พ.ร.ก.นี้ไม่ใช่การกู้เงินมากองไว้แล้วจ่ายดอกเบี้ย แต่จะทยอยกู้ตามความจำเป็นเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีวินัยการคลัง บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือยังให้ความเชื่อมั่น และต้นทุนกู้ของไทยอยู่ในระดับต่ำ

"รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการประคองประชาชนและเศรษฐกิจวันนี้ พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พลังงานที่คนไทยผลิตได้ และลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อให้ประเทศไทยแข็งแกร่งกว่าเดิมหลังผ่านวิกฤต" นายเอกนิติกล่าว 
 
นายกฯ ขอบคุณเพื่อน สส.อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน การันตีใช้คุ้มค่า โปร่งใส ไม่เอื้อใคร 

เมื่อวันที่ 20.20 น. ทั้งนี้ภายหลังจากที่สส.ได้อภิปรายครบถ้วน และรัฐมนตรีได้ชี้แจงเสร็จสิ้นลง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้กล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกว่า วันนี้เราใช้เวลาเกือบทั้งวันในการพิจารณาพ.ร.ก.กู้เงินที่รัฐบาลเป็นผู้นำเสนอให้สภาอันทรงเกียรติได้พิจารณา ทั้งนี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกลั่นกรอง ได้อธิบายชี้แจงให้ความมั่นใจกับท่านทั้งหลาย และชาวไทยทั้งประเทศว่าในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการต่างๆ ว่าด้วยเรื่องเงินกู้นี้ จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และพิสูจน์ได้ ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล ตนขอบคุณปลัดกระทรวงการคลังที่แสดงให้ประชาชนแสดงเห็นถึงการทำงานที่มีเอกภาพระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนขอยืนยันถึงเจตนารมณ์ที่สุจริต มุ่งเป้าไปที่ประเทศและพี่น้องประชาชนเท่านั้น ในการออกพ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ และขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับใครเป็นการจำเพาะ ตน พร้อมนาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองานายกฯ และรมว.คลัง รวมทั้ง คณะรัฐมนตรีทุกคนจะคอยติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการรั่วไหล ทั้งนี้ขอขอบคุณคำแนะนำ ข้อคิดเห็นจากการพิจารณาพ.ร.ก.ฉบับนี้

“ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมทราบดีว่านี่คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินงบประมาณ ไม่ใช่เงินของเราที่สามารถนำมาจัดสรรใช้จ่ายได้โดยที่ไม่มีต้นทุน ผมทราบดีว่าเงินกู้นี้มีต้นทุนและได้พิจารณาแล้วว่าต้นทุนที่เราได้มานั้นมันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราจะได้จากการดำเนินโครงการต่างๆ ตามพ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ พวกผมรู้ว่า รัฐบาลจ่ายได้ เราจึงกล้ากู้ โดยอัตราดอกเบี้ยที่ต้องถือว่าต่ำกว่า จริงๆ นายเอกนิติบอกว่าจะไม่พูดถึงอัตราดอกเบี้ย แต่ผมถือว่าท่านพูดไปแล้วว่าเป็น 1.2% ผมก็ต้องกราบเรียนว่าในขณะที่เราทำการประเมินและตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการนี้หรือไม่นั้น อัตราดอกเบี้ย ที่เราได้รับรายงานมานั้นสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่เราได้ใช้ในพ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ รับรองว่าเราจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดแน่นอน” นายกฯ กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จะให้ส่วนราชการต่างทุกฝ่ายได้เร่งสรุปรวบรวมทำเสนอแนะ ข้อชี้แนะต่างๆ ที่ตนถือว่าทุกข้อเสนอ ทุกแนวทางที่ เพื่อนส.สได้อภิปรายตลอดทั้งวันที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์และจะนำมาประยุกต์ใช้ในช่วงดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติต่อไป

นายอนุทิน ย้ำในตอนท้ายอีกว่า ขอขอบคุณอีกครั้งถึงแม้ท่านจะไม่อยากฟังแล้ว แต่ก็ต้องขอขอบพระคุณที่ท่านได้ให้โอกาสตนได้มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรับใช้ประเทศชาติและประชาชน.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง