วันอังคาร ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 00:50 น.

ภูมิภาค

มติคณะสงฆ์โคราชสั่งฟัน ให้ “พระหลวงเจ๊” ขาดความเป็นพระแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.00 น.

นครราชสีมา วันนี้ (14 พฤษภาคม 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี พระมหานภารัตน์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งพำนักอยู่ที่วัดอิสาณ บ้านหนองแสง ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แต่มีพฤติกรรมชายรักชาย ชอบตระเวนไปตามวัดต่างๆ ที่มีสามเณรอยู่จำนวนมาก แล้วจะเข้าไปชักชวนให้สามเณรมาขายบริการทางเพศให้กับตนเอง ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

ล่าสุดวันนี้ (14 พฤษภาคม 2565) นายศิวะเสก  สินโทรัมย์ นายอำเภอลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลจาก นายสว่าง ดีไธสง ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วง หมู่ 12 ต.บ้านยาง อ.ลำทะเมนชัย ถึงกรณีดังกล่าวทราบว่า พระมหานภารัตน์ นันทโก หรือพระหลวงเจ๊ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหนองม่วง และเคยบวชจำวัดอยู่ที่วัดจันทนไชยศรี แต่พระหลวงเจ๊ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่วัดอื่นนานหลายปีแล้ว

 


พระครูปลัดระพี  จกฺกวโร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอลำทะเมนชัย เปิดเผยว่า พระมหานภารัตน์ เดิมได้อุปสมบทที่วัดศิริโภคาภิรมย์ ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยมีเจ้าคณะอำเภอชุมพวงเป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดจันทนไชยศรี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่วัดในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งนิสัยส่วนตัวของพระมหานภารัตน์ก็เป็นเหมือนในคลิปที่เป็นข่าว ซึ่งช่วงที่อยู่ในพื้นที่ทางเจ้าคณะอำเภอก็เคยตักเตือนเรื่องพฤติกรรมมาแล้ว โดยล่าสุดพระครูอดุลชัย เจ้าคณะอำเภอลำทะเมนชัย ได้ทำหนังสือแจ้งถึง พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ลงวันที่ 13 พฤษถาคม 2565  เรื่อง แจ้งการขับ พระมหานภารัตน์ นันทโก ออกจากสังกัดวัดจันทนไชยศรี และให้ขาดจากความเป็นพระภิกษุ เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏมีความผิดชัดเจน

 

 


นายวินัย บุณยรัชตปรีชา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาลาจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาตัวพระหลวงเจ๊ แต่ยังไม่พบตัวว่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแต่อย่างใด แต่จากที่เห็นจากคลิปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องถือว่าพระหลวงเจ๊มีความผิดถึงขั้นปาราชิก ซึ่งการปาราชิกไม่จำเป็นต้องจับสึก เพราะถือว่าขาดจากความเป็นพระโดยพฤติกรรมอยู่แล้ว และจะไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้ ส่วนความผิดทางอาญาผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดได้เลย

 


อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ คณะสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังไม่พบตัวพระหลวงเจ๊ และจากการตรวจสอบข้อมูล พระหลวงเจ๊ สังกัดอยู่ที่วัดจันทนไชยศรี บ้านหนองม่วง ตำบลบ้านยาง อำเภอลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทางวัดจันทรไชยศรีได้ประกาศให้พระหลวงเจ๊พ้นจากสังกัดของวัดแล้ว และทางคณะสงห์ อำเภอลำทะเมนชัย โดยเจ้าคณะอำเภอได้มีมติสงฆ์ให้ พระมหานภารัตน์ ขาดจากความเป็นพระภิกษุ นับตั้งแต่วันที่มีมติของคณะสงฆ์ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา และหากใครพบเห็นพระหลวงเจ๊สวมใส่จีวร ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอาผิดฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ได้ทันที ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบทราบข้อมูลว่า หลังจากพระหลวงเจ๊ได้บวชพระที่ อ.ลำทะเมนชัย ก็ออกเดินทางไปอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และนานๆ ครั้งถึงจะเดินทางกลับมาที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องบ้าง แต่ล่าสุดจากการสอบถามญาติพี่น้องทราบว่า พระหลวงเจ๊ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านนานหลายเดือนแล้ว และตั้งแต่เป็นข่าวดังก็ไม่มีใครพบตัว และสามารถติดต่อได้เลย ทั้งนี้เมื่อมติสงฆ์ให้ขาดจากความเป็นพระแล้ว หากใครพบเห็นพระหลวงเจ๊สวมใส่จีวร ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอาผิดฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ได้ทันที