วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 21:54 น.

ภูมิภาค

มท.2 เปิดใจมีเชื้อสายนครพนม ลงพื้นที่ชายแดนมอบนโยบายปราบยาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.19 น.

นครพนม – ภายหลังการลงพื้นที่จังหวัดนครพนมของ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2569 เพื่อพบปะให้กำลังใจสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสารักษาดินแดน (อส.) ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอเมืองนครพนม อำเภอบ้านแพง และอำเภอนาหว้า ได้สร้างความสนใจให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังเจ้าตัวเปิดเผยว่ามีสายเลือดชาวนครพนม

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยร่วมคณะ ได้แก่ ดร.ศุภพานี โพธิ์สุ สส.นครพนม เขต 1, นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม เขต 3, นายบรม เฉ่งอ้วน สส.สกลนคร เขต 6, นางพูนสุข โพธิ์สุ สส.บัญชีรายชื่อ, นายชูกัน กุลวงษา อดีต สส.นครพนม เขต 4, นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 2 และ นายภาณุ พรวัฒนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 



นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนมีสายเลือดชาวนครพนม เนื่องจากคุณตา นายเลิศ หงษ์ภักดี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดสระบุรี อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เป็นชาวนครพนมโดยกำเนิด มีบ้านอยู่บริเวณชุมชนบ้านใต้ เขตเทศบาลเมืองนครพนมในปัจจุบัน

เนื่องจากคุณตารับราชการและต้องย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในหลายจังหวัด ครอบครัวจึงย้ายตามไปด้วย รวมถึงคุณแม่ ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี (หงษ์ภักดี) ก่อนสมรส และภายหลังสมรสกับ ว่าที่ร้อยตรี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ทำให้ตนเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมระบุว่าครอบครัวรับราชการต่อเนื่องมาตั้งแต่รุ่นคุณตา คุณพ่อเป็นอดีตนายอำเภอ ส่วนคุณแม่เป็นพยาบาล จึงเข้าใจวิถีชีวิตของข้าราชการเป็นอย่างดี

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรับทราบปัญหาของจังหวัดนครพนมจากการอภิปรายกระทู้แยกเฉพาะของ นพ.อลงกต มณีกาศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านครพนมเป็นพื้นที่สำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด เนื่องจากมีแนวชายแดนติดแม่น้ำโขงตั้งแต่อำเภอบ้านแพงถึงอำเภอธาตุพนม ระยะทางกว่า 170 กิโลเมตร

 



ข้อมูลการปฏิบัติงานของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สามารถตรวจยึดยาบ้าได้เกือบ 50 ล้านเม็ด ไอซ์ 6,753 กิโลกรัม เฮโรอีน 192 กิโลกรัม คีตามีน 351 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นอีกกว่า 11,000 เม็ด สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

นายพลพีร์ยังมอบนโยบายสำคัญให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่ การปราบปรามยาเสพติด การกวดขันปัญหาการพนัน และการป้องกันการเผาในพื้นที่การเกษตร พร้อมกำชับให้บูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยกระดับการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน ดูแลความสงบเรียบร้อยในชุมชน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิด้านที่ดิน สาธารณูปโภค และบริการภาครัฐอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ฝ่ายปกครองทุกระดับเร่งประชาสัมพันธ์สิทธิและมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ พร้อมย้ำว่า "การบริการประชาชนด้วยหัวใจ คือหน้าที่ของคนมหาดไทย" รวมถึงผลักดันมาตรการลดค่าครองชีพ อาทิ การสนับสนุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) การส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และการปรับลดค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟครัวเรือน 200 หน่วยแรก เหลือหน่วยละ 3 บาท

 



พร้อมกันนี้ ยังมอบหมายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครพนมเร่งสำรวจและขยายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตร โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนมายื่นคำร้อง รวมถึงกำชับให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ

ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ นายพลพีร์ได้เยี่ยมชมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" และสินค้า OTOP เพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้ชุมชน ก่อนกล่าวทิ้งท้ายกับประชาชนว่า "ผมจะกลับมาหาคุณอีก"

 

หน้าแรก » ภูมิภาค