วันพฤหัสบดี ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569 02:14 น.

ภูมิภาค

ไฟไหม้ร้านค้าบ้านกรวดวอดทั้งหลัง คาดสายไฟเก่า 40 ปีช็อต

วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 21.30 น.

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยและร้านขายของชำครึ่งปูนครึ่งไม้ เสียหายทั้งหลัง ในพื้นที่ตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะน้องสาวรับหน้าที่เฝ้าบ้านแทนพี่สาวที่อยู่ต่างประเทศ เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสายไฟผ่านการใช้งานมานานเกือบ 40 ปีโดยไม่มีการเปลี่ยนใหม่

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรหนองไม้งาม อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ร้านค้า เลขที่ 109 หมู่ที่ 8 ตำบลบึงเจริญ อำเภอบ้านกรวด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายบ้านกรวด-ละหานทราย จึงประสานรถดับเพลิงในพื้นที่รุดเข้าระงับเหตุ

 

 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เปิดเป็นร้านขายของชำและร้านอาหารตามสั่ง พบเพลิงกำลังลุกโหมอย่างรุนแรงบริเวณชั้นสองของตัวบ้าน ซึ่งมีโครงสร้างส่วนบนเป็นไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำฉีดสกัดกั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียง โดยใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ตัวบ้านและทรัพย์สินภายในได้รับการเสียหายทั้งหมด

จากการสอบสวน นางสมเดือน นวนอ่อง อายุ 61 ปี น้องสาวเจ้าของบ้าน ให้การว่า ตนเข้าพักอาศัยเพื่อดูแลบ้านแทนพี่สาวซึ่งเดินทางไปต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2543 ก่อนเกิดเหตุขณะกำลังทำอาหารตามสั่งบริเวณชั้นล่าง ได้กลิ่นเหม็นไหม้และมีเสียงปะทุดังมาจากชั้นสอง เมื่อขึ้นไปตรวจสอบพบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณฝ้าเพดานอย่างรวดเร็ว จึงรีบวิ่งออกจากตัวบ้านและร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้ บ้านหลังดังกล่าวสร้างมานานเกือบ 40 ปี และไม่เคยเปลี่ยนระบบสายไฟภายในบ้าน คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

 

 

ขณะที่ นายอรรถ ปักคำไทย อายุ 79 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุเห็นเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นสอง จึงร้องตะโกนแจ้งผู้อยู่อาศัยและประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เนื่องจากบ้านมีอายุมาก ฉนวนหุ้มสายไฟอาจเสื่อมสภาพตามกาลเวลา จนเกิดความร้อนสะสมและไฟฟ้าลัดวงจร

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัด รวมถึงประเมินมูลค่าความเสียหายต่อไป พร้อมเตือนประชาชนให้หมั่นตรวจสอบสภาพสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านเรือนที่มีอายุเกิน 15-20 ปี เพื่อป้องกันอุบัติภัย

หน้าแรก » ภูมิภาค