วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569 02:55 น.

การศึกษา

FIBO มจธ. เปิดตัว 'CARVER' หุ่นยนต์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.59 น.

FIBO มจธ. เปิดตัว 'CARVER' หุ่นยนต์ปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง

 

ตลาดอาหารทะเลทั่วโลกกำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยปี พ.ศ. 2567 มีมูลค่าประมาณ 11.44 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะขยายถึงเกือบประมาณ 20.19 ล้านล้านบาท ในปี พ.ศ. 2575 (ข้อมูลจาก Future Business Insights) ซึ่งนับเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่มีศักยภาพด้านการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มแช่เย็น–แช่แข็งที่พุ่งขึ้นมาเป็น “ดาวเด่น” ในกลุ่มสินค้าส่งออกของประเทศในช่วงหลายปีหลัง ทว่าโอกาสที่กำลังเข้ามานี้ยังติด “คอขวด” สำคัญคือโลจิสติกส์ภายในโรงงาน (Intralogistics) ที่ยังพึ่งแรงงานคนเข็นรถวัตถุดิบน้ำหนัก 500 กิโลกรัมถึง 1 ตัน เสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพ ขณะที่ระบบรางขนส่งแบบเดิมแม้เร็วและรับน้ำหนักได้มาก แต่กลับไม่ยืดหยุ่นพอจะปรับให้ทันกับไลน์การผลิตหรือคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนตลอดเวลา ช่องว่างระหว่าง “โอกาสเศรษฐกิจ” กับ “ข้อจำกัดหน้างานจริง” จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของนวัตกรรม “CARVER” หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติที่จะมาปลดล็อกปัญหานี้

 

 

ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยระบบหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติในอุตสาหกรรมอาหารทะเล เล่าว่า CARVER เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติหรือ AMR ที่พัฒนาขึ้นระหว่างสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) ผ่านความร่วมมือกับ BRAINWORKS IMAGINEERING CO., LTD. โดยได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จุดเด่นของ CARVER คือการใช้เทคโนโลยี Free Navigation ที่อาศัยเซ็นเซอร์ LIDAR ในการสร้างแผนที่และระบุตำแหน่งของตัวเอง ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและชาญฉลาดโดยไม่ต้องพึ่งเส้นแม่เหล็กหรือ QR Code

สำหรับรุ่นต้นแบบ CARVER-CLY-AMR-500 ออกแบบให้รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 500 กิโลกรัม ความเร็วสูงสุด 1 เมตรต่อวินาทีเมื่อไม่มีน้ำหนักบรรทุก และ 0.50 เมตรต่อวินาทีเมื่อบรรทุกเต็มบนพื้นราบ ทำงานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมงในกรณีไม่บรรทุก พร้อมระบบความปลอดภัย SICK Safety laser scanners และปุ่มหยุดฉุกเฉิน 4 จุด และรองรับการสื่อสารทั้ง Wi-Fi 2.4 และ 5 GHz รวมถึง Ethernet ทั้งหมดนี้เป็นผลจากกระบวนการออกแบบ เพื่อให้ CARVER ทำงานเป็นกำลังสำคัญในสายการผลิตได้จริง

“เราให้ความสำคัญกับหลัก Hygienic Design เพื่อให้ได้มาตรฐานในการทำงานในโรงงานเกี่ยวกับอาหาร ที่ต้องทำความสะอาดง่าย ลดจุดสะสมสิ่งปนเปื้อน ตัวถังใช้สเตนเลสเกรด 304 แบบ Food Grade ผิวด้านบนทำให้เรียบและลาดเอียงประมาณ 3 องศาเพื่อลดน้ำขัง และลดมุมแหลมคมเพื่อไม่ให้เกิดซอกมุมสะสม ขณะเดียวกันในส่วนไฟฟ้าเราคัดเลือกอุปกรณ์เกรดอุตสาหกรรมทั้งหมดและยึดมาตรฐาน IP Rating เช่น IP65 เพื่อรับมือความชื้นและไอเกลือให้ทนทานต่อการใช้งานจริง ส่วนระบบสมองกลเราพัฒนาบนพื้นฐาน ROS (Robot Operating System) และทำงานร่วมกับคอนโทรลเลอร์ของ Siemens เพื่อความเสถียร ความน่าเชื่อถือ และเชื่อมต่อกับระบบอื่นในโรงงานได้ง่าย” ผศ. ดร.สุภชัย กล่าวถึงการออกแบบอย่างละเอียดเพื่อให้ CARVER แก้ปัญหาของอุตสาหกรรมได้จริง

เพื่อยืนยันว่า “Carver” ทำงานได้ ทีมวิจัยได้นำไปทดสอบตั้งแต่การป้องกันฝุ่นและน้ำ (IP Test) ให้ได้มาตรฐาน IP65 ที่ยืนยันว่าป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ และทนการฉีดน้ำแรงดันสูงได้จากทุกทิศทางซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำงานบนพื้นที่ที่เปียกชื้นและต้องล้างทำความสะอาดเป็นประจำ มีการทดสอบสมรรถนะการเคลื่อนที่และความแม่นยำของระบบนำทาง ณ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้หุ่นยนต์วิ่งตามรูปแบบที่กำหนดทั้งเส้นตรง วงกลม และรูปเลข 8 เพื่อวัดค่าความคลาดเคลื่อน (Error) ว่าไปถึงจุดหมายได้ตรงตามที่ออกแบบไว้หรือไม่

“ด่านที่หนักและสำคัญที่สุด คือ การพา Carver ไปลองใช้จริงในโรงงานอาหารทะเล ซึ่งเราไปทดสอบที่จังหวัดชุมพรและสมุทรสาคร เราให้หุ่นยนต์ทำงานร่วมกับคนงานจริงและไลน์การผลิตจริง เก็บข้อมูลจากการใช้งานจริง แล้วปรับแก้ทันทีที่หน้างาน เพื่อให้หุ่นยนต์พร้อมที่สุด ซึ่งในอนาคตเมื่อหุ่นยนต์ผ่านการทดสอบครบทุกขั้นตอน แล้ว จึงมีความเป็นไปได้ที่ Carver จะนำไปต่อยอดใช้ได้จริงในโรงงานอุตสาหกรรม” ผศ. ดร.สุภชัย กล่าว

 

 

 

ก้าวต่อไปของโครงการ คือการขยายผลจากเครื่องต้นแบบ (Prototype) ไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ (Commercial Product) เพื่อผลักดันเทคโนโลยีออกไปสู่สนามจริง โดยในด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรมนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการขนส่ง และสร้าง “ความยืดหยุ่น (Flexibility)” ในการปรับเปลี่ยนสายการผลิตได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดที่ระบบรางแบบดั้งเดิมทำไม่ได้ ในด้านสังคมจะลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการเข็นของหนักซ้ำ ๆ ยกระดับความปลอดภัยและสุขภาวะของพนักงานในโรงงาน และเปิดทางให้เกิดการยกระดับทักษะ (Upskilling) ไปสู่งานที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น การควบคุมและบำรุงรักษาระบบอัตโนมัติ

ขณะเดียวกันทีมวิจัยยังมีการบ้านที่ต้องทำต่อ โดยเฉพาะการปรับปรุงเรื่องการยึดเกาะของล้อบนพื้นเปียกลื่นมากเป็นพิเศษ และการบูรณาการระบบควบคุมของหุ่นยนต์ให้เชื่อมกับระบบจัดการโรงงาน (Factory Management System) ให้เป็นหนึ่งเดียวและไหลลื่นกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้ทำให้ Carver หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง ทำให้ประเทศสามารถคว้าโอกาสในการส่งออกอาหารแช่แข็งในตลาดโลกมากขึ้น และเสริมศักยภาพสู่เป้าหมายการเป็น ครัวโลก ด้วยเทคโนโลยีของคนไทยจากโจทย์จริงของประเทศ

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

หน้าแรก » การศึกษา

ข่าวในหมวดการศึกษา