วันจันทร์ ที่ 02 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.35 น.
จุฬาฯ ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตร เปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)”
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาคธุรกิจ และองค์กรชั้นนำ จัดพิธีเปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)” หลักสูตรผู้นำระดับสูงที่มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรให้สามารถ “พลิกความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม” ให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ เปิดมุมมองใหม่ในการสร้างคุณค่า เสริมความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับองค์กรและระดับสังคม
หลักสูตร TOP Green PLUS ในปีนี้ วางเป้าหมายให้ “ความยั่งยืน” ก้าวข้ามกรอบของการเรียนรู้เชิงแนวคิดไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงเงื่อนไขการแข่งขัน โอกาสทางธุรกิจ และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในโลกที่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จขององค์กร พร้อมเสริมเครื่องมือและกรอบคิดที่ช่วยให้ผู้นำสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

พิธีเปิดโครงการ “TOP Green PLUS (TOP Green+)” จัดขึ้น ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการ ซึ่งได้กล่าวถึง Top Green PLUS รุ่นที่ 2 ว่าเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย เนื้อหาในหลักสูตรนี้จะเข้มข้นกว่าเพียงการเรียนในห้องเรียน แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เพื่อนำพาองค์กรและประเทศชาติไปสู่เป้าหมายที่มากกว่าความยั่งยืน”
“จาก Sustainability สู่ Regeneration คือการก้าวข้ามแนวคิดความยั่งยืนแบบเดิมที่เน้นเพียงการรักษาไว้ให้คงอยู่ แต่เปลี่ยนผ่านไปสู่แนวคิด Regeneration หรือการพัฒนาและฟื้นฟูควบคู่กันไป หลักสูตรนี้มุ่งหวังให้ผู้เรียนร่วมกันค้นหาคำตอบสำหรับ SDG ข้อที่ 18 ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ปรับเปลี่ยน (Customize) ให้เหมาะสมกับบริบทและสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงการดำเนินตามกรอบ 17 ข้อของสหประชาชาติ (UN) เพียงอย่างเดียว”
รศ.ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาฯ กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตระหนักถึงความผันผวนของโลก ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ ความเหลื่อมล้ำ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์อย่างรวดเร็ว TOP Green PLUS รุ่นที่ 2 นำความรู้สู่การลงมือทำ เน้นผู้บริหารระดับสูง (CEO) ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยพัฒนาต่อยอดจากรุ่นที่ 1 ที่เน้นการให้ความรู้ มาเป็นการเน้น "การปฏิบัติจริง" (Practical Implementation) เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรได้ทันที”
“ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรูหรืออุดมการณ์ แต่ต้องใช้ได้จริง โดยหลักสูตร Top Green PLUS รุ่นที่ 2 จะมีกรณีศึกษา (Case Study) ที่หลากหลาย เช่น การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ทั้งระดับองค์กรและผลิตภัณฑ์ การใช้เกมจำลองสถานการณ์ (Simulation Game) เพื่อวางแผนรับมือวิกฤตและการอพยพจากภัยพิบัติ”
ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “หลักสูตรนี้มุ่งเน้นความยั่งยืนที่ไปไกลกว่าการทำ CSR หรือการสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างธุรกิจสีเขียวและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งสอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นการลงทุนในพลังงานทางเลือก การสร้างตลาดคาร์บอน และการนำประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ไทยไม่ควรเพียงแค่วิ่งตามมาตรฐานโลก แต่ต้องปรับปรุงทั้งองค์กร ผลิตภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เพื่อวิ่งนำหน้า โดยใช้โอกาสจากความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร พัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งออกองค์ความรู้เหล่านี้ไปยังต่างประเทศ”
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้ปาฐกถาพิเศษโดยสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในมิติเศรษฐกิจและความต่อเนื่องทางธุรกิจว่า ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาทรัพยากรน้ำ มลพิษ และแรงกดดันด้านกฎระเบียบ กำลังกลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานจริงของภาคธุรกิจมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณให้ภาคเอกชนเร่งยกระดับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และผลักดันแนวคิด Research to Commercial เพื่อขยายการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้จริง โดยหลักสูตร TOP Green PLUS จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมองค์ความรู้เชิงวิชาการกับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ในปีนี้ โครงการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI), UN Global Compact Network Thailand, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการกำกับดูแล การใช้ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง และการขยายผลสู่โอกาสทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
สำหรับ TOP Green PLUS มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ และมีความสามารถในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่าน การกำกับดูแล และการใช้ข้อมูล การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือเชิงระบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว สอบถามข้อมูลได้ที่โทร. 06-5636-9873 หรือ topgreenplus@gmail.com
ส่งข่าวได้ที่ email : saowaporn12345@gmail.com และ bat_mamsao@yahoo.com