วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 14:52 น.

การศึกษา

“สงครามวิทยาในพระไตรปิฎก” อาจเป็นกุญแจสร้างสันติภาพโลกยุค AI หลังวิกฤตสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน ปี 2569

วันศุกร์ ที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.10 น.

ท่ามกลางความตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์โลกในยุคปัญญาประดิษฐ์ นักวิชาการด้านพุทธปรัชญาเสนอแนวคิด “สงครามวิทยาในพระไตรปิฎก” เป็นกรอบคิดใหม่สำหรับการสร้างสันติภาพโลก หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ในปี 2569 ได้กลายเป็นตัวอย่างสำคัญของสงครามยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

บทวิเคราะห์เชิงวิชาการระบุว่า ความก้าวหน้าของระบบ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำสงครามอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ระบบข่าวกรอง การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ ส่งผลให้เกิดสิ่งที่นักยุทธศาสตร์เรียกว่า “กองกำลังสงครามที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก” ซึ่งทำให้บทบาทของมนุษย์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตและความตายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

กรณีศึกษาที่สำคัญคือปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และพันธมิตรต่ออิหร่านในต้นปี 2569 ภายใต้ชื่อ Operation Epic Fury ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจากรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ภายใน 10 วัน

รายงานระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านมากกว่า 2,000 แห่ง รวมถึงฐานขีปนาวุธ ฐานทัพเรือ และศูนย์วิจัยทางทหาร โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่าสามารถลดศักยภาพขีปนาวุธของอิหร่านได้ถึงร้อยละ 86 ภายในวันแรกของการโจมตี

อย่างไรก็ตาม แม้สงครามจะถูกอธิบายว่าเป็น “Precision Warfare” หรือสงครามที่มีความแม่นยำสูง แต่รายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนกลับพบว่ามีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย รวมถึงเด็กนักเรียน 180 คนจากเหตุโจมตีโรงเรียน Shajareh Tayyebeh ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อจริยธรรมของการใช้เทคโนโลยีทางทหาร

ในด้านต้นทุนทางเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์ของ Center for Strategic and International Studies ประเมินว่า ภายใน 100 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ กองทัพสหรัฐฯ ใช้งบประมาณไปมากถึง 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยเกือบ 900 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

นักวิชาการชี้ว่า สงครามครั้งนี้สะท้อน “วิกฤตญาณวิทยา” ของยุคเทคโนโลยี เมื่อระบบ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ถูกนำมาใช้ในกระบวนการที่เรียกว่า “Kill Chain” หรือห่วงโซ่การสังหาร ซึ่งอาจทำให้มนุษย์กลายเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในระบบตัดสินใจของเครื่องจักร

นอกจากนี้ ยังเกิดข้อถกเถียงทางจริยธรรมครั้งใหญ่ เมื่อบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล AI ชื่อ Claude ปฏิเสธที่จะยกเลิกข้อจำกัดด้านจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้ AI ในอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจระงับการใช้เทคโนโลยีของบริษัทดังกล่าวในหน่วยงานรัฐ ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีอื่น เช่น OpenAI จะเข้ามามีบทบาทแทน

จากวิกฤตดังกล่าว นักวิชาการด้านพุทธปรัชญาเสนอว่า แนวคิด “สงครามวิทยาในพระไตรปิฎก” อาจเป็นรากฐานทางจริยธรรมใหม่สำหรับการกำกับดูแลเทคโนโลยีระดับโลก โดยอาศัยหลักตรรกะพุทธแบบ จตุสโกฏิ และแนวคิด “พุทธปัญญาประดิษฐ์” เพื่อสร้างกรอบคิดที่มุ่งลดความรุนแรงและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

แนวคิดดังกล่าวเสนอให้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “ปรัชญาแห่งการทำลายล้าง” ไปสู่ “ปรัชญาแห่งความกรุณา” ซึ่งมองว่าความมั่นคงที่แท้จริงของมนุษยชาติไม่ได้อยู่ที่อำนาจทางทหารหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ความเข้าใจในความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง และการพัฒนาปัญญาเพื่อป้องกันความขัดแย้งก่อนจะกลายเป็นสงคราม

ผู้เขียนบทวิเคราะห์สรุปว่า หากโลกยังคงปล่อยให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์พัฒนาไปโดยปราศจากกรอบจริยธรรมที่เข้มแข็ง สงครามในอนาคตอาจไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างรัฐอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นระบบความรุนแรงที่ขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งยากต่อการควบคุมของมนุษยชาติเอง.

หน้าแรก » การศึกษา